พันธกิจมานาประจำวัน

Thai ODB
  1. มอบงานของฉันให้พระเจ้า
    ฉันรู้สึกว่านิตยสารที่ฉันกำลังเขียนบทความให้นั้น “สำคัญ” ฉันจึงพยายามที่จะเขียนบทความที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อนำเสนอแก่บรรณาธิการระดับสูง ด้วยความกดดันที่จะทำให้ได้ถึงมาตรฐานของเธอ ฉันจึงคิดและเขียนใหม่อยู่หลายรอบ แต่ปัญหาของฉันคืออะไร เพราะหัวข้อนั้นเป็นเรื่องท้าทายสำหรับฉัน หรือความกังวลของฉัน ที่จริงแล้วเป็นความรู้สึกส่วนตัวว่าบรรณาธิการจะยอมรับในตัวฉันไม่ใช่แค่ข้อเขียนของฉันหรือเปล่า เปาโลมีคำสอนที่เชื่อถือได้สำหรับความกังวลในเรื่องหน้าที่การงานของเรา ในจดหมายถึงคริสตจักรที่เมืองโคโลสี เปาโลกระตุ้นให้ผู้เชื่อทำงานไม่ใช่เพียงเพื่อการยอมรับของคน แต่เป็นการยอมรับของพระเจ้า อัครทูตท่านนี้กล่าวว่า “ไม่ว่าท่านจะทำสิ่งใดก็จงทำด้วยความเต็มใจเหมือนกระทำถวายองค์พระผู้เป็นเจ้า ไม่ใช่เหมือนกระทำแก่มนุษย์ ท่านรู้ว่าท่านจะได้รับมรดกจากองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นบำเหน็จ ท่านปรนนิบัติพระคริสตเจ้าอยู่​” (คส.3:23-24) เมื่อใคร่ครวญถึงสติปัญญาของเปาโล เราก็จะหยุดดิ้นรนเพื่อจะดูดีในสายตาของหัวหน้าที่เป็นมนุษย์ได้ แน่นอนว่าเราให้เกียรติพวกเขาในฐานะมนุษย์และพยายามทำสิ่งที่ดีที่สุดให้พวกเขา แต่ถ้าเราทำงาน “เหมือนกระทำถวายองค์พระผู้เป็นเจ้า” โดยขอให้พระองค์ทรงนำและเจิมงานที่เราทำเพื่อพระองค์แล้วล่ะก็ พระองค์จะทำให้ความพยายามของเราปรากฏชัด แล้วรางวัลของเราคืออะไร ก็คือความกดดันในการงานจะคลี่คลาย และงานที่ได้รับมอบหมายจะสำเร็จ ยิ่งไปกว่านั้น วันหนึ่งเราจะได้ยินพระองค์ตรัสว่า “ดีมาก”
  2. วิ่งหนีจากบาป
    ฤดูร้อนนี้ฉันต้องทนทุกข์ทรมานจากต้นพอยซั่นไอวี่ถึงสองครั้ง ทั้งสองครั้งเกิดขึ้นตอนที่ฉันพยายามกำจัดต้นไม้ที่ไม่ต้องการออกไปจากสวนบ้านเรา และทั้งสองครั้งนั้น ฉันเห็นต้นไม้ตัวร้ายขึ้นอยู่ใกล้ๆ ฉันคิดว่าจะสามารถเข้าไปใกล้ได้โดยไม่เป็นอะไร แต่ไม่นานฉันก็รู้ว่าคิดผิด แทนที่จะเข้าไปใกล้กับต้นไม้พิษนั้น ฉันควรจะวิ่งไปอีกทางหนึ่ง! จากเรื่องราวของโยเซฟในพันธสัญญาเดิม เราเห็นตัวอย่างของการวิ่งหนีจากสิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่าต้นพอยซั่นไอวี่ นั่นคือความบาป เมื่อโยเซฟอาศัยอยู่ในบ้านของข้าราชการชาวอียิปต์ชื่อโปทิฟาร์ ภรรยาของโปทิฟาร์พยายามยั่วยวนโยเซฟ โยเซฟไม่ยอมที่จะเข้าใกล้ เขาวิ่งหนี แม้ว่านางจะกล่าวหาโยเซฟด้วยความเท็จและทำให้ท่านต้องถูกส่งไปอยู่ในคุก โยเซฟยังคงเป็นผู้บริสุทธิ์ในตลอดเรื่องราว และดังที่เราเห็นในปฐมกาล 39:21 ว่า “​พระเจ้าทรงสถิตอยู่กับโยเซฟ” พระเจ้าทรงสามารถช่วยให้เราหลีกหนีจากกิจกรรมหรือสถานการณ์ที่อาจนำเราออกห่างจากพระองค์ โดยการนำเราวิ่งไปอีกทางหนึ่งเวลาที่บาปเข้ามาใกล้ ใน 2 ทิโมธี 2:22 เปาโลเขียนไว้ว่า “​จงหลีกหนีเสียจากราคะตัณหา​” และใน 1 โครินธ์ 6:18 ท่านกล่าวว่า “จงหลีกเลี่ยงเสียจากการล่วงประเวณี” โดยพระกำลังของพระเจ้า ขอให้เราเลือกที่จะวิ่งออกจากสิ่งที่อาจทำอันตรายแก่เรา
  3. เพื่อนของเพื่อนพระเจ้า
    เมื่อคนสองคนพบกันครั้งแรก ความเป็นกันเองจะเกิดขึ้นหากทั้งสองพบว่าพวกเขามีเพื่อนคนเดียวกัน รูปแบบที่อาจเป็นที่น่าจดจำที่สุดคือเมื่อเจ้าของบ้านใจดีต้อนรับแขกด้วยคำพูดประมาณว่า “ยินดีที่ได้รู้จัก เพื่อนของแซม หรือเพื่อนของซาแมนธา ก็เป็นเพื่อนของฉันด้วย” พระเยซูตรัสบางอย่างที่คล้ายกันนี้ด้วย พระองค์ได้รับความสนใจจากฝูงชนจากการที่ทรงรักษาคนเจ็บป่วยมากมาย แต่พระองค์ก็ได้ทรงสร้างศัตรูกับผู้นำศาสนา โดยการไม่เห็นด้วยกับวิธีที่พวกเขาทำให้พระวิหารกลายเป็นที่ซื้อขายและใช้อิทธิพลของตนในทางที่ผิด ในท่ามกลางความขัดแย้งที่เพิ่มมากขึ้น พระองค์ทรงเดินหน้าเพื่อเพิ่มพูนความยินดี มูลค่า และความมหัศจรรย์ของการปรากฏตัวของพระองค์ พระองค์ทรงทำให้สาวกสามารถรักษาคนป่วยได้และส่งพวกเขาออกไปประกาศว่าแผ่นดินของพระเจ้าอยู่ใกล้แล้ว พระองค์ทรงรับรองกับเหล่าสาวกว่า “ผู้ที่รับท่านทั้งหลายก็รับเรา” (มธ.10:40) และรวมถึงรับพระบิดาผู้ทรงใช้พระองค์มาเช่นกัน ไม่น่าจะมีสิ่งใดที่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตได้มากกว่ามิตรภาพอีกแล้ว สำหรับใครที่จะเปิดบ้านของตน หรือแม้แต่ให้น้ำเย็นสักแก้วแก่ผู้ที่เป็นสาวกของพระเยซู พระองค์ทรงรับรองว่าพวกเขาจะได้อยู่ในพระทัยของพระเจ้า แม้เวลานั้นจะผ่านมานานมากแล้ว แต่คำตรัสของพระองค์เตือนเราว่า การแสดงความเมตตาและการต้อนรับขับสู้ไม่ว่าจะเล็กน้อยหรือยิ่งใหญ่ ก็ยังคงเป็นการให้การต้อนรับและรับการต้อนรับ ในฐานะเพื่อนของเพื่อนพระเจ้า
  4. การจัดเตรียมของพระเจ้า
    บัดดี้วัยสามขวบกับแม่ไปโบสถ์ทุกสัปดาห์เพื่อช่วยขนของกินของใช้ลงจากรถบรรทุกของพันธกิจแจกอาหาร เมื่อบัดดี้ได้ยินแม่บอกคุณยายว่ารถส่งของเสีย เขาพูดว่า “ไม่น่าเลย แล้วพวกเขาจะทำพันธกิจแจกอาหารได้ยังไงกัน” แม่อธิบายว่าคริสตจักรจะต้องระดมเงินเพื่อซื้อรถบรรทุกคันใหม่ บัดดี้ยิ้ม “ผมมีเงิน” เขาพูดแล้วเดินออกไปจากห้อง เขากลับเข้ามาพร้อมกับขวดพลาสติกที่ตกแต่งด้วยสติ๊กเกอร์สีสันสดใสที่มีเหรียญเต็มขวด นับได้ 38 เหรียญกว่า แม้บัดดี้จะไม่ได้มีเงินมาก พระเจ้าทรงรับการถวายของเขารวมกับเงินถวายของคนอื่นๆ และจัดเตรียมรถบรรทุกห้องเย็นคันใหม่ให้คริสตจักรสามารถทำพันธกิจรับใช้ชุมชนต่อไปได้ สิ่งเล็กน้อยที่ถูกมอบให้ด้วยใจกว้างขวางนั้นเพียงพอเสมอเมื่ออยู่ในพระหัตถ์ของพระเจ้า ใน 2 พงศ์กษัตริย์ 4 หญิงม่ายยากจนคนหนึ่งขอให้ผู้เผยพระวจนะเอลีชาช่วยเหลือด้านการเงิน ท่านจึงบอกให้นางดูว่ามีอะไรอยู่ในบ้าน ให้ออกไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน แล้วให้ทำตามที่ท่านบอก (ข้อ 1-4) พระเจ้าทรงจัดเตรียมให้นางอย่างอัศจรรย์ โดยใช้น้ำมันที่นางมีอยู่เล็กน้อยเทใส่ภาชนะที่ยืมมาจากเพื่อนบ้านจนเต็มหมด (ข้อ 5-6) เอลีชาบอกนางว่า “ขายน้ำมันเสียเอาเงินชำระหนี้ของเจ้า ที่เหลือนอกนั้นเจ้าและบุตรของเจ้าจงใช้เลี้ยงชีวิต” (ข้อ 7) เมื่อเราจดจ่ออยู่กับสิ่งที่เราไม่มี เราก็อาจพลาดที่จะเห็นว่าพระเจ้าทรงกระทำการใหญ่กับสิ่งที่เรามี
  5. เดินเคียงข้างผู้อื่น
    บิลลี่สุนัขใจดีและซื่อสัตย์กลายเป็นดาราในอินเทอร์เน็ตในปี 2020 รัสเซลเจ้าของบิลลี่ข้อเท้าหักและใช้ไม้ค้ำยันเวลาเดิน ต่อมาไม่นานบิลลี่เริ่มเดินกะโผลกกะเผลกเวลาที่เดินไปกับเจ้าของ ด้วยความเป็นห่วงรัสเซลจึงพาบิลลี่ไปหาสัตวแพทย์ซึ่งบอกว่าไม่มีอะไรผิดปกติ! บิลลี่วิ่งเป็นปกติเวลาอยู่ตามลำพัง ปรากฏว่าบิลลี่แกล้งเดินกะเผลกเวลาเดินกับเจ้าของ นี่คือสิ่งที่เราเรียกว่าการพยายามเข้าใจในความเจ็บปวดของคนอื่นอย่างแท้จริง! การอยู่เคียงข้างผู้อื่นคือสิ่งสำคัญในลำดับแรกๆที่เปาโลสอนคริสตจักรในกรุงโรม ท่านสรุปห้าข้อสุดท้ายของบัญญัติสิบประการว่า “จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง” (รม.13:9) เราเห็นความสำคัญของการเดินเคียงข้างผู้อื่นในข้อ 8 ด้วยว่า “อย่าเป็นหนี้อะไรใคร นอกจากความรักซึ่งมีต่อกัน” นักเขียน เจนนี่ อัลเบอส์ ให้คำแนะนำไว้ว่า “เวลาที่มีคนชอกช้ำ อย่าพยายามแก้ไขเขา (คุณทำไม่ได้) เวลาที่มีคนเจ็บปวด อย่าพยายามเอาความเจ็บนั้นไปจากเขา (คุณทำไม่ได้) แต่จงรักพวกเขาด้วยการเดินเคียงข้างไปกับเขาในความเจ็บปวดนั้น (คุณทำได้) เพราะบางครั้งสิ่งที่คนเราต้องการคือ การรู้ว่าพวกเขาไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว” เพราะพระเยซูองค์พระผู้ช่วยให้รอดของเราทรงเดินเคียงข้างไปกับเราผ่านความเสียใจและความเจ็บปวด เราจึงรู้ว่าการเดินเคียงข้างผู้อื่นนั้นมีความหมายเพียงใด

อ่านมานาประจำวัน

อ่านมานาประจำวัน

คริสตจักรพระสัญญา 318 ถ.สุขุมวิท (ไปชลบุรี สายเก่า) ต.ปากน้ำ  .สมุทรปราการ 10270 
โทรศัพท์ :(+66) 02 702 7636    

Go to top