พันธกิจมานาประจำวัน

Thai ODB
  1. จงตื่นอยู่!
    พนักงานธนาคารชาวเยอรมันคนหนึ่งเผลองีบหลับที่โต๊ะทำงานขณะกำลังโอนเงินจำนวน 62.40 ยูโรจากบัญชีลูกค้าธนาคารรายหนึ่ง เขาหลับไปขณะที่นิ้วอยู่บนแป้นเลข “2” ทำให้เงินจำนวน 222 ล้านยูโร (ราว 8,300 ล้านบาท) ถูกโอนไปยังบัญชีลูกค้าคนนั้น ผลจากความผิดพลาดดังกล่าวทำให้เพื่อนร่วมงานผู้ที่รับรองการโอนถูกไล่ออกด้วย แม้จะมีการตรวจพบและแก้ไขความผิดพลาดนั้น แต่ความพลั้งเผลอของพนักงานผู้ง่วงเหงาหาวนอนเกือบจะกลายเป็นฝันร้ายของธนาคารเพราะเขาไม่ระมัดระวัง พระเยซูทรงเตือนสาวกของพระองค์ว่าถ้าพวกเขาไม่ระแวดระวังอยู่เสมอ พวกเขาก็จะผิดพลาดอย่างร้ายแรงเช่นกัน พระองค์ทรงนำพวกเขาไปยังสถานที่ที่เรียกว่าเกทเสมนี เพื่อใช้เวลาอธิษฐาน ขณะทรงอธิษฐานนั้น พระเยซูทรงมีความทุกข์และเศร้าใจอย่างที่ไม่เคยทรงพบเจอมาก่อนในชีวิตบนโลกนี้ของพระองค์ พระองค์ทรงบอกเปโตร ยากอบ และยอห์นให้คอยอยู่และอธิษฐาน และ “เฝ้าอยู่” กับพระองค์ (มธ.26:38) แต่พวกเขาก็หลับไป (ข้อ 40-41) การที่พวกเขาไม่คอยเฝ้าอยู่และอธิษฐานจะทำให้พวกเขาไม่สามารถป้องกันตนเองได้เมื่อการทดลองให้ปฏิเสธพระเยซูมาถึง ในเวลาที่พระคริสต์ทรงต้องการมากที่สุด สาวกกลับขาดการระแวดระวังฝ่ายวิญญาณ ขอให้เราใส่ใจในคำตรัสของพระเยซูที่ให้เราตื่นตัวฝ่ายวิญญาณอยู่เสมอ โดยอุทิศทุ่มเทให้กับการใช้เวลากับพระองค์ในการอธิษฐาน เมื่อทำเช่นนั้นแล้ว พระองค์จะทรงเสริมกำลังเราให้ต้านทานการทดลองทั้งหลาย และหลีกเลี่ยงจากความผิดพลาดร้ายแรงคือการปฏิเสธพระเยซู
  2. ของขวัญล้ำค่าของความรัก
    ขณะที่เจฟฟ์ลูกชายผมกำลังออกจากร้าน เขาเห็นอุปกรณ์ช่วยเดินถูกทิ้งอยู่บนพื้น หวังว่าจะไม่มีใครที่ต้องการความช่วยเหลืออยู่ด้านหลังนั้นนะ เขาคิด เขามองไปด้านหลังตึกและพบชายไร้บ้านคนหนึ่งหมดสติอยู่บนทางเดิน เจฟฟ์ปลุกเขาและถามว่าเป็นอะไรไหม “ผมพยายามจะดื่มให้ตายไปเลย” เขาตอบ “เต็นท์ผมพังเพราะพายุ ผมไม่เหลืออะไรแล้ว ผมไม่อยากมีชีวิตอยู่” เจฟฟ์โทรศัพท์ไปที่สถานบำบัดของคริสเตียนแห่งหนึ่ง ขณะรอการช่วยเหลืออยู่นั้น เขารีบกลับไปที่บ้านและนำเอาเต็นท์พักแรมของเขามาให้ชายคนนั้น “คุณชื่ออะไร” เจฟฟ์ถาม ชายไร้บ้านตอบว่า “เจฟฟรี่ สะกดด้วยตัวจี” เจฟฟ์ไม่ได้บอกชื่อของตนกับชายคนนั้นและไม่ได้พูดถึงการสะกดชื่อแบบไม่ธรรมดานั้นด้วย เขาบอกผมภายหลังว่า “พ่อครับ นั่นอาจเป็นผมก็ได้” เจฟฟ์เองเคยต่อสู้กับการใช้สารเสพติด และเขาช่วยชายคนนั้นเพราะความเมตตาที่เขาได้รับจากพระเจ้า ผู้เผยพระวจนะอิสยาห์ได้กล่าวถ้อยคำเพื่อทำนายถึงพระเมตตาของพระเจ้าที่จะมาถึงเราผ่านทางพระเยซูว่า “เราทุกคนได้เจิ่นไปเหมือนแกะ เราทุกคนต่างได้หันไปตามทางของตนเอง และพระเจ้าทรงวางลงบนท่าน ซึ่งความบาปผิดของเราทุกคน” (อสย.53:6) พระเยซูพระผู้ช่วยให้รอดของเราไม่ได้ทรงปล่อยให้เราหลงอยู่ตัวคนเดียวอย่างไร้ซึ่งความหวัง พระองค์ทรงเลือกที่จะเอาใจเราไปใส่ใจของพระองค์และยกเราขึ้นด้วยความรัก เพื่อเราจะได้รับอิสรภาพเพื่อมีชีวิตใหม่ในพระองค์ ไม่มีของขวัญใดจะล้ำค่าไปกว่านี้อีกแล้ว
  3. ฝ่าพายุ
    พายุฝนฟ้าคะนองรุนแรงพัดถล่มเมืองเมมฟิส รัฐเทนเนสซีในเย็นวันที่ 3 เมษายน 1968 ศจ.ดร มาร์ติน ลูเธอร์คิง จูเนียร์รู้สึกอ่อนล้าและไม่สบาย เขาไม่ได้เตรียมใจที่จะกล่าวสุนทรพจน์ที่เตรียมไว้ที่คริสตจักรเพื่อสนับสนุนคนงานขนขยะที่ประท้วงหยุดงาน แต่เขาต้องประหลาดใจกับโทรศัพท์ด่วนที่แจ้งว่ามีคนจำนวนมากได้ลุยฝ่าสภาพอากาศอันเลวร้ายมาเพื่อจะฟังเขา เขาจึงไปยังห้องโถงและพูดเป็นเวลาสี่สิบนาทีในหัวข้อ “ข้าพเจ้าได้ไปถึงยอดเขา” ซึ่งบางคนถือว่าเป็นสุนทรพจน์ที่ดีที่สุดของเขา วันต่อมาคิงถูกลอบยิงและเสียชีวิต แต่สุนทรพจน์ของเขายังคงสร้างแรงบันดาลใจให้บรรดาผู้ถูกกดขี่มีความหวังใน “ดินแดนแห่งพระสัญญา” เช่นเดียวกับผู้ติดตามพระเยซูกลุ่มแรกๆที่ได้รับการหนุนน้ำใจจากข้อเขียนที่ทำให้ฮึกเหิม หนังสือฮีบรูได้ถูกเขียนขึ้นเพื่อหนุนน้ำใจผู้เชื่อชาวยิวที่กำลังเผชิญกับภัยคุกคามเพราะความเชื่อในพระคริสต์ และได้มอบกำลังฝ่ายวิญญาณอันเข้มแข็งไม่ให้พวกเขาสิ้นหวัง ดั่งคำเรียกร้องว่าจง “ยกมือที่อ่อนแรงขึ้น และจงให้หัวเข่าที่อ่อนล้ามีกำลังขึ้น” (12:12) ในฐานะชาวยิว พวกเขาจำได้ว่าคำวิงวอนนั้นแต่เดิมมาจากผู้เผยพระวจนะอิสยาห์ (อสย.35:3) แต่บัดนี้ในฐานะสาวกของพระคริสต์ เราได้ถูกเรียกให้ “วิ่งแข่งด้วยความเพียรพยายาม ตามที่กำหนดไว้สำหรับเรา หมายเอาพระเยซูเป็นผู้บุกเบิกความเชื่อ และผู้ทรงทำให้ความเชื่อของเราสมบูรณ์” (ฮบ.12:1-2) เมื่อทำเช่นนั้นแล้ว เรา “จะได้ไม่รู้สึกท้อถอย” (ข้อ 3) แน่นอนว่าพายุและฝนฟ้าคะนองรอคอยเราอยู่ในชีวิตนี้ แต่ในพระเยซู เราจะรอดพ้นมรสุมแห่งชีวิตได้โดยการยืนหยัดในพระองค์
  4. ความมืดและความสว่าง
    เวลานั่งอยู่ในห้องพิจารณาคดี ฉันได้เห็นตัวอย่างมากมายถึงโลกที่แตกสลายนี้ ลูกสาวบาดหมางกับแม่ สามีและภรรยาสูญเสียความรักที่เคยมีและบัดนี้เหลือเพียงความขมขื่นต่อกัน สามีที่ปรารถนาจะคืนดีกับภรรยาและกลับมาอยู่ร่วมกับลูกๆ พวกเขาจำเป็นต้องมีหัวใจที่ได้รับการเปลี่ยนแปลง บาดแผลที่ได้รับการเยียวยา และให้ความรักของพระเจ้ามีชัยชนะ บางครั้งเมื่อโลกรอบตัวเราดูเหมือนจะมีแค่ความมืดและความสิ้นหวัง การหมดซึ่งศรัทธาเกิดขึ้นได้ง่ายดาย แต่แล้วพระวิญญาณบริสุทธิ์ผู้สถิตอยู่ภายในผู้เชื่อในพระคริสต์ (ยน.14:17) ได้เตือนเราว่า พระเยซูสิ้นพระชนม์เพื่อความเสื่อมสลายและความเจ็บปวดนั้น เมื่อพระองค์เสด็จเข้ามาในโลกในฐานะมนุษย์ พระองค์ได้ทรงนำเอาแสงสว่างเข้ามาในความมืด (1:4-5; 8:12) ดังจะเห็นได้จากการสนทนาของพระเยซูและนิโคเดมัส ผู้ซึ่งลอบมาหาพระองค์ในความมืดแต่กลับออกไปโดยได้รับอิทธิพลของแสงสว่าง คือพระเยซู (3:1-2; 19:38-40) พระเยซูทรงสอนนิโคเดมัสว่า “เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก จนได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์” (3:16) ถึงแม้ว่าพระเยซูได้นำแสงสว่างและความรักเข้ามายังโลกนี้ หลายคนยังคงหลงอยู่ในความมืดแห่งบาปของตน (ข้อ 19-20) ถ้าเราเป็นผู้ติดตามพระองค์ เราก็มีความสว่างที่จะขับไล่ความมืดได้ ให้เราอธิษฐานร่วมกันด้วยใจขอบพระคุณ ที่พระเจ้าจะทรงทำให้เราเป็นตะเกียงแห่งความรักของพระองค์ (มธ.5:14-16)
  5. ได้ชีวิตโดยความตาย
    คาร์ลกำลังต่อสู้กับโรคมะเร็งและจำเป็นต้องได้รับการปลูกถ่ายปอดสองครั้ง เขาขอปอดใหม่จากพระเจ้าแต่กลับรู้สึกไม่ดีที่ทำเช่นนั้น เขาสารภาพว่าเป็นเรื่องแปลกที่จะอธิษฐานแบบนั้นเพราะ “บางคนต้องตายเพื่อให้ผมมีชีวิต” สถานการณ์ที่ยากลำบากของคาร์ลชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของความจริงพื้นฐานของพระคัมภีร์ คือพระเจ้าทรงใช้ความตายเพื่อมอบชีวิต เราเห็นเรื่องนี้ในพระธรรมอพยพ ชนชาติอิสราเอลที่เกิดเป็นทาสต้องทนทุกข์ภายใต้การกดขี่ของชาวอียิปต์ ฟาโรห์ไม่ยอมปล่อยพวกเขาจนกระทั่งพระเจ้าทรงทำให้เป็นเรื่องส่วนตัว ลูกชายคนโตทุกคนต้องตายเว้นแต่ในครอบครัวจะฆ่าลูกแกะที่ไม่มีตำหนิและทาเลือดแกะที่วงกบประตู (อพย.12:6-7) วันนี้คุณและผมเกิดมาในพันธนาการของความบาป ซาตานไม่ยอมปลดปล่อยเราจนกระทั่งพระเจ้าทรงทำให้เป็นเรื่องส่วนตัวของพระองค์ โดยทรงยอมสละองค์พระบุตรผู้สมบูรณ์แบบบนไม้กางเขนที่เปื้อนไปด้วยพระโลหิต พระเยซูทรงเรียกเราให้เข้าร่วมกับพระองค์ที่นั่น เปาโลอธิบายว่า “ข้าพเจ้าถูกตรึงไว้กับพระคริสต์แล้ว ข้าพเจ้าเองไม่มีชีวิตอยู่ต่อไป แต่พระคริสต์ต่างหากที่ทรงมีชีวิตอยู่ในข้าพเจ้า”(กท.2:20) เมื่อเราเชื่อในลูกแกะที่ไร้ตำหนิของพระเจ้า เราก็ได้ยอมตายร่วมกับพระองค์ทุกวัน คือตายจากบาปของเราเพื่อจะฟื้นสู่ชีวิตใหม่ร่วมกับพระองค์ (รม.6:4-5) เราประกาศความเชื่อนี้ทุกครั้งเมื่อเราปฏิเสธโซ่ตรวนของความบาป และยอมรับอิสรภาพของพระคริสต์ เราจะไม่มีวันมีชีวิตได้มากไปกว่าเมื่อเรายอมตายกับพระเยซู

อ่านมานาประจำวัน

อ่านมานาประจำวัน

คริสตจักรพระสัญญา 318 ถ.สุขุมวิท (ไปชลบุรี สายเก่า) ต.ปากน้ำ  .สมุทรปราการ 10270 
โทรศัพท์ :(+66) 02 702 7636    

Go to top