พันธกิจมานาประจำวัน

Thai ODB
  1. อย่ายอมแพ้
    “เวลาผ่านเลย สงครามเข้ามา” นี่คือคำพูดที่เซมิ นิโก บิชอปของชาวเคลิโคในสาธารณรัฐเซาท์ซูดานเล่าถึงความล่าช้าจากการที่โบสถ์ต้องต่อสู้อย่างยาวนานเพื่อจะมีพระคัมภีร์เป็นภาษาของตัวเอง ภาษาเคลิโคไม่เคยถูกตีพิมพ์มาก่อน สิบกว่าปีก่อนหน้านี้ปู่ของบิชอปนิโกเริ่มโครงการแปลพระคัมภีร์อย่างมุ่งมั่น แต่สงครามและความวุ่นวาย ทำให้หยุดชะงักไป ถึงแม้จะถูกโจมตีหลายครั้งที่ค่ายผู้ลี้ภัยทางตอนเหนือของยูกันดาและสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก บิชอปและเหล่าผู้เชื่อยังคงทำงานแปลต่อไป การยืนหยัดต่อสู้ของพวกเขาได้ผล เกือบสามสิบปีให้หลัง พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ภาษาเคลิโคนั้นถูกส่งไปค่ายผู้ลี้ภัยพร้อมการเฉลิมฉลอง “ภาระใจของชาวเคลิโคเกินคำบรรยาย” หนึ่งในที่ปรึกษาของโครงการกล่าว ความมุ่งมั่นของชาวเคลิโคสะท้อนถึงความบากบั่นที่พระเจ้าทรงเรียกร้องจากโยชูวา เมื่อพระองค์กล่าวกับท่านว่า “อย่าให้หนังสือธรรมบัญญัตินี้ ห่างเหินไปจากปากของเจ้า แต่เจ้าจงตรึกตรองตามนั้นทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อเจ้าจะได้ระวังที่จะกระทำตามข้อความที่เขียนไว้นั้นทุกประการ แล้วเจ้าจะมีความจำเริญและเจ้าจะสำเร็จผลเป็นอย่างดี” (ยชว.1:8) ด้วยความมุ่งมั่นเดียวกัน ชาวเคลิโคแปลพระคัมภีร์สำเร็จ และตอนนี้ “เมื่อคุณมองดูพวกเขาในค่าย คุณจะเห็นพวกเขากำลังยิ้ม” ผู้แปลคนหนึ่งกล่าว การได้ยินและเข้าใจพระคัมภีร์ “ทำให้พวกเขามีความหวัง” ให้เราเป็นดั่งชาวเคลิโค ที่ไม่ยอมแพ้ในการแสวงหาฤทธิ์เดชและสติปัญญาจากพระคัมภีร์
  2. ใหม่ทุกเช้า
    พอลพี่ชายของฉันเติบโตมาโดยต้องต่อสู้กับโรคลมชักที่รุนแรง เมื่อเข้าสู่วัยรุ่นอาการของโรคหนักขึ้น กลางคืนกลายเป็นเวลาที่ระทมทุกข์สำหรับพอลและพ่อแม่ของฉัน เพราะเขามักเกิดอาการชักอย่างต่อเนื่องนานกว่าหกชั่วโมงอยู่บ่อยๆ หมอไม่สามารถหาวิธีรักษาที่จะบรรเทาอาการลง และในเวลาเดียวกันช่วยให้เขารู้สึกตัวอย่างน้อยบางเวลาในระหว่างวันได้ พ่อแม่ของฉันร้องทูลพระเจ้าว่า “พระเจ้า โอ้ พระเจ้า โปรดช่วยเรา!” แม้อารมณ์ของพวกเขาจะถูกกระหน่ำและร่างกายจะอ่อนล้า พอลและพ่อแม่ได้รับกำลังอย่างเพียงพอจากพระเจ้าในทุกๆวันใหม่ ยิ่งไปกว่านั้นพ่อกับแม่ยังได้รับการปลอบประโลมจากพระคัมภีร์ รวมถึงพระธรรมบทเพลงคร่ำครวญ เยเรมีย์ร้องคร่ำครวญถึงกรุงเยรูซาเล็มที่ถูกชาวบาบิโลนทำลาย และระลึกได้ถึง “บอระเพ็ดและดีหมี” (3:19) แต่เยเรมีย์ยังไม่สิ้นหวัง ท่านจำได้ถึงพระเมตตาที่ไม่สิ้นสุดของพระเจ้าซึ่งเป็น “ของใหม่อยู่ทุกเวลาเช้า” (ข้อ 23) พ่อแม่ของฉันก็เช่นกัน ไม่ว่าคุณกำลังเผชิญกับปัญหาใด จงรู้ว่าพระเจ้าทรงสัตย์ซื่อในทุกๆเช้า พระองค์จะทรงเสริมแรงเราใหม่ทุกวันและประทานความหวังแก่เรา และในบางครั้ง พระองค์ทรงนำการปลดปล่อยมาให้เช่นเดียวกับครอบครัวเรา หลังจากหลายปีผ่านไป มียาตัวใหม่ที่ดีขึ้นซึ่งช่วยหยุดอาการลมชักในเวลากลางคืนของพอลได้ และช่วยให้ครอบครัวเรานอนหลับและมีความหวังสำหรับอนาคต เมื่อความหดหู่ครอบงำวิญญาณของเรา (ข้อ 20) ขอให้ระลึกถึงพระสัญญาของพระเจ้าว่า พระเมตตาของพระองค์เป็นของใหม่อยู่ทุกเวลาเช้า
  3. ไม่ใช่ตัวคุณอีกต่อไป
    ในฤดูร้อนปี 1859 ชาร์ล บลองดิน คือคนแรกที่สามารถเดินไต่เชือกข้ามน้ำตกไนแองกาล่า ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาได้พยายามทำมาเป็นร้อยๆครั้ง ครั้งหนึ่งเขาทำพร้อมกับแบกผู้จัดการของเขา แฮรี่ คอลคอร์ดไว้บนหลัง บลองดินสั่งคอลคอร์ดว่า “มองขึ้นแฮรี่…คุณไม่ใช่คอลคอร์ดอีกต่อไป คุณคือบลองดิน…ถ้าผมเอนตัว คุณเอนไปกับผม อย่าพยายามที่จะรักษาสมดุลด้วยตัวคุณเอง เพราะถ้าคุณทำ เราทั้งคู่จะตกลงไปตาย” ใจความสำคัญที่เปาโลพูดกับผู้เชื่อชาวกาลาเทียคือ คุณไม่สามารถดำเนินชีวิตที่พระเจ้าทรงพอพระทัยได้โดยปราศจากความเชื่อในพระคริสต์ แต่ข่าวดีคือ คุณไม่ต้องทำเอง! ความพยายามของตัวเราเองไม่สามารถพาเราไปถึงพระเจ้าได้ ดังนั้นเราจึงไม่ต้องทำอะไรในความรอดที่ได้รับใช่ไหม ไม่ใช่เลย! คำเชื้อเชิญของเราคือให้ยึดมั่นในพระคริสต์ การยึดมั่นในพระคริสต์หมายถึงให้ตรึงวิถีชีวิตเก่าที่พึ่งตนเองของเราเหมือนกับว่าเราได้ตายไปแล้ว แต่เรายังดำเนินชีวิตต่อไป โดย “ชีวิตซึ่ง(เรา)ดำเนินอยู่ในร่างกายนี้ (เรา)ดำเนินอยู่โดยศรัทธาในพระบุตรของพระเจ้า ผู้ได้ทรงรัก(เรา) และได้ทรงสละพระองค์เองเพื่อ(เรา)” (กท.2:20) เรากำลังพยายามเดินไต่เชือกไปที่ใดในวันนี้ พระเจ้าไม่ได้ทรงเรียกเราให้เดินไต่เชือกไปหาพระองค์ แต่ทรงเรียกเราให้ยึดมั่นในพระองค์และดำเนินชีวิตร่วมกับพระองค์
  4. เผชิญหน้ากับความกลัว
    วอร์เรนย้ายไปเป็นศิษยาภิบาลของโบสถ์ในเมืองเล็กๆ หลังพันธกิจเริ่มประสบความสำเร็จ ชาวบ้านคนหนึ่งสร้างปัญหาให้เขา โดยกุเรื่องหาว่าวอร์เรนมีพฤติกรรมน่าหวาดกลัว เขาส่งเรื่องไปยังหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น และพิมพ์ใบปลิวคำกล่าวหานั้นส่งให้ทุกคนในหมู่บ้านทางไปรษณีย์ วอร์เรนและภรรยาเริ่มอธิษฐานอย่างหนัก หากผู้คนเชื่อคำโกหกชีวิตของพวกเขาจะต้องพังพินาศ กษัตริย์ดาวิดเคยมีประสบการณ์ที่คล้ายคลึงกัน พระองค์ถูกโจมตีด้วยคำใส่ร้ายของศัตรู “เขาประทุษร้ายต่อกิจการของข้าพระองค์วันยังค่ำ” พระองค์ตรัส “ความคิดทั้งสิ้นของเขาล้วนมุ่งร้ายต่อข้าพระองค์” (สดด.56:5) การกล่าวหาอย่างต่อเนื่องทำให้ทรงหวาดกลัวและทุกข์ใจ (ข้อ 8) แต่ในท่ามกลางการต่อสู้ พระองค์กล่าวคำอธิษฐานที่ทรงพลังว่า “เมื่อข้าพระองค์กลัว ข้าพระองค์วางใจในพระองค์…เนื้อหนังจะทำอะไรแก่ข้าพระองค์ได้” (ข้อ 3-4) คำอธิษฐานของกษัตริย์ดาวิดเป็นแบบอย่างให้กับเราในวันนี้ เมื่อข้าพระองค์กลัว ในเวลาที่เรากลัวหรือถูกใส่ร้าย ให้เราหันไปหาพระเจ้า ข้าพระองค์วางใจในพระองค์ คือการมอบสงครามของเราไว้ในพระหัตถ์อันทรงพลานุภาพของพระเจ้า เนื้อหนังจะทำอะไรแก่ข้าพระองค์ได้ คือให้เผชิญหน้ากับสถานการณ์พร้อมกับพระองค์ เราจะระลึกได้ว่าศัตรูของเรามีข้อจำกัดเพียงใด หนังสือพิมพ์ไม่ให้ความสนใจในเรื่องของวอร์เรน ด้วยสาเหตุบางอย่างใบปลิวไม่เคยถูกแจกจ่ายออกไป วันนี้คุณหวาดกลัวในสงครามใด จงบอกกับพระเจ้า พระองค์ทรงยินดีที่จะต่อสู้ร่วมกับคุณ
  5. อธิษฐานได้ทุกเรื่อง
    เจ้าลูกแมวสกปรกนั่งสงบอยู่บนพื้นปูนและจ้องมาที่ฉันอย่างมีศักดิ์ศรี มันอยู่กับพวกพี่น้องที่ลานจอดรถชั้นใต้ดินของอาคารที่ลูกค้าของฉันทำงานอยู่ ด้วยความสงสาร ฉันฝากอาหารแมวไว้กับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเพื่อเลี้ยงพวกมันทุกวัน และเอามาเพิ่มให้เมื่ออาหารหมด แต่แล้ววันนั้นก็มาถึงเมื่อเจ้าหน้าที่คนนั้นถูกย้ายไปดูแลจุดอื่น “โอ พระเจ้า” ฉันอธิษฐาน “ลูกแมวที่ช่วยตัวเองไม่ได้นี้เป็นสิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง ขอประทานใครสักคนที่ข้าพระองค์จะวางใจมาให้อาหารพวกมัน” แต่ฉันสงสัยว่าคำขอของฉันจะสำคัญพอสำหรับพระเจ้าหรือไม่ แน่นอนว่าพระองค์ทรงมีเรื่องสำคัญกว่าที่จะต้องใส่ใจ อัครทูตเปาโลเตือนพวกเราในฟีลิปปี 4:6 ว่า “อย่าทุกข์ร้อนในสิ่งใดๆเลย แต่จงทูลเรื่องความปรารถนาของท่านทุกอย่างต่อพระเจ้า ด้วยการอธิษฐาน การวิงวอน กับการขอบพระคุณ” พวกเรามีพระเจ้าที่เปี่ยมด้วยความรักและทรงปรารถนาให้เราบอกพระองค์ถึงทุกเรื่องที่เรากังวล ไม่ว่าจะดูเล็กน้อยเพียงใด เย็นวันนั้นภารโรงสูงอายุที่ทำงานในอาคารนั้นหลายปีแล้วเดินมาหาฉัน ก่อนที่ฉันจะพูดถึงความกังวลที่มี ชายใจดีคนนั้นพูดว่า “ในเมื่อเจ้าหน้าที่คนนั้นไม่อยู่แล้ว ผมจะช่วยเลี้ยงแมวพวกนั้นให้เอง” แท้จริงแล้วไม่มีอะไรยากเกินไปหรือไม่สำคัญพอที่เราจะบอกกับพระเจ้า ความกังวลของเราไม่ว่าจะส่วนตัวและสำคัญต่อเราเพียงใด ล้วนเป็นเรื่องสำคัญสำหรับพระองค์ ให้เราวางใจที่จะมอบไว้ให้พระองค์ทรงดูแล

อ่านมานาประจำวัน

อ่านมานาประจำวัน

คริสตจักรพระสัญญา 318 ถ.สุขุมวิท (ไปชลบุรี สายเก่า) ต.ปากน้ำ  .สมุทรปราการ 10270 
โทรศัพท์ :(+66) 02 702 7636    

Go to top