พันธกิจมานาประจำวัน

Thai ODB
  1. ความงดงามของการยอมรับ
    ในปี 2009 ภาพยนตร์เรื่อง “แม่ผู้นี้มีแต่รักแท้” (The Blind Side) ถ่ายทอดเรื่องจริงของวัยรุ่นไร้บ้านชื่อไมเคิล โอเฮอร์ ครอบครัวหนึ่งรับเขาเข้ามาอยู่ในบ้านและช่วยเขาเอาชนะอุปสรรคจนประสบความสำเร็จในการเล่นอเมริกันฟุตบอล ในฉากหนึ่ง ครอบครัวพูดถึงความเป็นไปได้ที่จะรับไมเคิลเป็นลูกบุญธรรมหลังจากที่เขาได้อยู่กับพวกเขามาหลายเดือน ไมเคิลตอบพวกเขาด้วยความสุภาพอ่อนโยนว่า เขาคิดว่าเขาได้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนี้แล้ว! ช่างเป็นช่วงเวลาที่งดงามเช่นเดียวกับความงดงามของการรับเป็นลูกบุญธรรม ความรักนั้นแผ่ขยายออกไปเมื่อครอบครัวกางแขนรับสมาชิกใหม่เข้ามาอย่างสมบูรณ์ การรับเป็นลูกบุญธรรมนั้นก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับหลายชีวิตเช่นเดียวกับความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตของไมเคิล ในพระเยซู ผู้เชื่อได้เป็น “บุตรของพระเจ้า” โดยความเชื่อในพระองค์ (กท.3:26) พวกเราได้รับการยอมรับจากพระเจ้าและได้เป็นบุตรของพระองค์ (4:5) เมื่อพระเจ้าทรงรับเราเป็นบุตร เราได้รับพระวิญญาณขององค์พระบุตร เราเรียกพระเจ้าว่า “พระบิดา” (ข้อ 6) และเราได้เป็นทายาทของพระองค์ (ข้อ 7) และเป็นทายาทร่วมกับพระคริสต์ (รม.8:17) เราได้กลายเป็นสมาชิกที่สมบูรณ์ในครอบครัวของพระองค์ เมื่อไมเคิล โอเฮอร์ถูกรับเป็นบุตร ชีวิต อัตลักษณ์ตัวตนและอนาคตของเขาเปลี่ยนแปลงไป แล้วสำหรับเราซึ่งพระเจ้าทรงรับเป็นบุตรจะยิ่งกว่านั้นสักเท่าใด ชีวิตของเราจะเปลี่ยนไปเมื่อเรารู้จักพระองค์ในฐานะพระบิดา อัตลักษณ์ของเราจะเปลี่ยนไปเมื่อเราเป็นของพระองค์ อนาคตของเราจะเปลี่ยนไปเมื่อมีพระสัญญาถึงมรดกแห่งสง่าราศีนิรันดร์
  2. ใครต้องการความช่วยเหลือจากคุณ
    คลิฟฟอร์ด วิลเลี่ยม ถูกตัดสินประหารชีวิตในคดีฆาตกรรมที่เขาไม่ได้ทำจากแดนประหารเขาพยายามยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีของเขาใหม่ คำร้องของเขาถูกปฏิเสธตลอดเวลาสี่สิบสองปี แล้ววันหนึ่งอัยการเชลลี่ ทิโบโด เห็นคำร้องของเขา เธอพบว่าไม่เพียงไม่มีหลักฐานที่จะปรักปรำวิลเลี่ยม แต่ยังมีชายอีกคนหนึ่งได้สารภาพว่าเป็นฆาตกรในคดีนั้นแล้ว ในที่สุดเมื่ออายุเจ็ดสิบหกปี วิลเลี่ยมก็พ้นข้อกล่าวหาและได้รับการปล่อยตัว ผู้เผยพระวจนะเยเรมีย์และอุรีอาห์เผชิญปัญหาใหญ่เช่นกัน พวกเขาได้บอกกับชาวยูดาห์ว่าพระเจ้าทรงยืนยันที่จะพิพากษาประชากรของพระองค์หากพวกเขาไม่กลับใจ (ยรม.26:12-13, 20) ข่าวนี้ทำให้พวกเจ้านายของยูดาห์และประชาชนโกรธ และหาทางสังหารผู้เผยพระวจนะทั้งสองคน พวกเขาจัดการอุรีอาห์สำเร็จ โดยท่านหนีไปอียิปต์แต่ก็ถูกนำตัวกลับมาถวายต่อกษัตริย์ผู้สั่งให้ “ประหารท่านเสียด้วยดาบ” (ข้อ 23) ทำไมพวกเขาไม่ได้ประหารเยเรมีย์ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ “มือของอาหิคัม…อยู่กับเยเรมีย์ ฉะนั้นเยเรมีย์จึงมิได้ถูกมอบให้ประชาชนประหารชีวิต” (ข้อ 24) เราอาจไม่รู้จักใครที่กำลังเผชิญกับความตาย แต่เราอาจรู้จักคนที่ต้องการความช่วยเหลือของเรา บางคนอาจกำลังถูกละเมิดสิทธิ บางคนอาจถูกมองข้ามความสามารถ บางคนที่เสียงของเขาอาจไม่มีใครได้ยิน อาจเป็นการเสี่ยงที่จะก้าวออกมาเหมือนทิโบโดหรืออาหิคัม แต่นั่นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง มีใครบ้างที่กำลังต้องการให้เราช่วยโดยการทรงนำของพระเจ้า
  3. ชีวิตล้ำค่าในพระคริสต์
    ฉันน้ำตาไหลอาบแก้มตอนที่ลนลานหาแหวนแต่งงานและแหวนครบรอบแต่งงานที่หายไป หลังจากหนึ่งชั่วโมงของการยกเบาะโซฟาและค้นทุกซอกหลืบในบ้าน อลันก็พูดขึ้นว่า “ผมเสียใจ แต่เราจะหาแหวนมาแทน” “ขอบคุณค่ะ” ฉันตอบ “แต่พวกมันมีคุณค่าทางใจมากกว่ามูลค่าทางวัตถุ ไม่มีอะไรจะมาแทนได้” ฉันอธิษฐานในขณะที่ยังคงค้นหาเครื่องประดับต่อ “พระองค์เจ้าข้า โปรดช่วยให้ฉันหามันพบด้วยเถิด” ต่อมาในขณะที่ล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อกันหนาวที่สวมเมื่อตอนต้นสัปดาห์ ฉันก็เจออัญมณีล้ำค่า “ขอบคุณพระเยซู!” ฉันอุทาน ขณะที่ฉันกับสามีกำลังยินดี ฉันก็สวมแหวนและระลึกถึงคำอุปมาของหญิงที่ทำเหรียญหาย (ลก.15:8-10) เช่นเดียวกับหญิงที่หาเหรียญเงินที่หายไป ฉันได้รู้ถึงคุณค่าของสิ่งที่สูญหายพวกเราทั้งคู่ไม่มีใครผิดที่ต้องการตามหาของมีค่าของเรา พระเยซูทรงใช้เรื่องนั้นเพื่อเน้นถึงความปรารถนาที่จะทรงช่วยมนุษย์ทุกคนที่พระองค์ทรงสร้างคนบาปคนเดียวที่กลับใจนั้นส่งผลให้เกิดความปรีดีในสวรรค์ การได้เป็นผู้ที่อธิษฐานเผื่อผู้อื่นอย่างร้อนรนเหมือนตอนที่เราอธิษฐานขอให้เจอของล้ำค่าที่หายไปนั้น ถือเป็นของขวัญอันยิ่งใหญ่ นับเป็นสิทธิพิเศษที่ได้เฉลิมฉลองเมื่อมีคนกลับใจและยอมมอบชีวิตของพวกเขาแด่พระคริสต์ หากเราวางใจในพระเยซู เราสามารถขอบพระคุณสำหรับประสบการณ์แห่งความยินดีที่ได้เป็นที่รักของพระองค์ผู้ไม่เคยล้มเลิกที่จะตามหาเรา เพราะพระองค์ทรงถือว่าเรามีคุณค่ามากพอ
  4. เอาชนะความอิจฉา
    ในภาพยนตร์เรื่องอมาเดอุส นักแต่งเพลงสูงวัย อันโตนีโอ ซาลีเอรี บรรเลงเปียโนเพลงที่เขาแต่งให้นักบวชที่มาเยือนฟัง นักบวชสารภาพด้วยความละอายว่าจำทำนองไม่ได้ “แล้วเพลงนี้ล่ะ” ซาลีเอรีถามเมื่อเปลี่ยนมาเล่นทำนองที่คุ้นหู “ผมไม่รู้ว่าคุณแต่งเพลงนั้นด้วย” นักบวชกล่าว “ผมไม่ได้แต่ง” ซาลีเอรีตอบ “นั่นเป็นเพลงของโมสาร์ท!” ผู้ชมได้พบว่า ความสำเร็จของโมสาร์ททำให้ซาลีเอรีอิจฉาอย่างยิ่ง จนนำให้เขามีส่วนในการตายของโมสาร์ท มีอีกบทเพลงที่เป็นส่วนสำคัญในเรื่องราวของความอิจฉาอีกเรื่องหนึ่ง หลังจากดาวิดเอาชนะโกลิอัท ชาวอิสราเอลร้องเพลงอย่างรื่นเริงว่า “ซาอูลฆ่าคนเป็นพันๆ และดาวิดฆ่าคนเป็นหมื่นๆ” (1 ซมอ.18:7) การเปรียบเทียบนี้ทำให้กษัตริย์ซาอูลไม่พอใจ พระองค์อิจฉาความสำเร็จของดาวิดและกลัวจะเสียบัลลังก์ (ข้อ 8-9) ซาอูลเริ่มไล่ล่าดาวิดโดยมุ่งหมายจะเอาชีวิต เช่นซาลีเอรีกับบทเพลงและซาอูลกับอำนาจ เราก็มักจะถูกทดลองให้อิจฉาคนที่มีของประทานคล้ายกับเราแต่ดีกว่าที่เรามี ไม่ว่าจะจับผิดผลงานหรือดูแคลนความสำเร็จของพวกเขา เราก็อาจหาทางทำลาย “คู่แข่ง” ของเราได้เช่นกัน พระเจ้าทรงเลือกซาอูลให้ทำหน้าที่ของตน (10:6-7,24) ซึ่งเป็นสถานะที่ควรจะให้ความมั่นคงกับพระองค์แทนที่จะอิจฉา เราแต่ละคนได้รับการทรงเรียกที่พิเศษเช่นกัน (อฟ.2:10) วิธีที่ดีที่สุดในการเอาชนะความอิจฉาคือการเลิกเปรียบเทียบกัน แต่ให้เราฉลองความสำเร็จของกันและกันแทน
  5. พระเยซูทรงเป็นสันติสุขของเรา
    นักบวชที่ชื่อเทเลมาคัสใช้ชีวิตอย่างสงบ แต่ในช่วงปลายศตวรรษที่สี่ความตายของเขาได้เปลี่ยนโลกใบนี้ เทเลมาคัสเดินทางจากตะวันออกมายังกรุงโรม เขาเข้าไปขัดขวางกีฬาการต่อสู้นองเลือดในสนาม โดยกระโดดข้ามกำแพงอัฒจรรย์และพยายามหยุดนักสู้จากการฆ่ากัน แต่ฝูงชนที่โกรธเกรี้ยวขว้างหินใส่เขาจนตาย จักรพรรดิฮอโนริอุสประทับใจสิ่งที่เขาทำ จึงออกกฎยุติเกมการต่อสู้ที่ดำเนินมา 500 ปีลง เมื่อเปาโลเรียกพระเยซูว่าเป็น “สันติสุขของเรา” ท่านหมายถึงจุดสิ้นสุดการเป็นศัตรูกันของชาวยิวและชาวต่างชาติ (อฟ.2:14) พระเจ้าทรงเลือกอิสราเอลแยกออกจากชนชาติอื่นและประทานสิทธิพิเศษแก่พวกเขา เช่นเมื่อคนต่างชาติได้รับอนุญาตให้นมัสการที่วิหารในเยรูซาเล็ม พวกเขาจะต้องอยู่ในลานชั้นนอกที่มีกำแพงกั้น มิฉะนั้นจะมีโทษถึงตาย ชาวยิวถือว่าชาวต่างชาติมีมลทินและเป็นปรปักษ์ แต่บัดนี้ โดยการสิ้นพระชนม์และฟื้นพระชนม์ของพระเยซูเพื่อคนทั้งปวง ทั้งชาวยิวและชาวต่างชาติสามารถนมัสการพระเจ้าอย่างเสรีโดยความเชื่อในพระองค์ (ข้อ 18-22) ไม่มีกำแพงกั้น ไม่มีคนกลุ่มใดมีสิทธิพิเศษเหนือผู้อื่น ทั้งคู่ต่างเท่าเทียมกันเมื่อยืนต่อหน้าพระเจ้า เทเลมาคัสนำสันติสุขมาสู่นักสู้ผ่านความตายของเขา พระเยซูก็นำสันติและการคืนดีมาสู่ทุกคนที่เชื่อในพระองค์ผ่านการสิ้นพระชนม์และฟื้นพระชนม์ ดังนั้นเมื่อพระเยซูทรงเป็นสันติสุขของเราแล้ว ก็อย่าให้ความแตกต่างของเราแยกเราจากกัน พระองค์ได้ทำให้เราเป็นหนึ่งโดยพระโลหิตของพระองค์

อ่านมานาประจำวัน

อ่านมานาประจำวัน

คริสตจักรพระสัญญา 318 ถ.สุขุมวิท (ไปชลบุรี สายเก่า) ต.ปากน้ำ  .สมุทรปราการ 10270 
โทรศัพท์ :(+66) 02 702 7636    

Go to top