พันธกิจมานาประจำวัน

Thai ODB
  1. การทรงช่วยเหลือเพื่ออนาคต
    นักจิตวิทยาชื่อเม็ก เจย์กล่าวไว้ว่า ใจของเรามักจะคิดถึงตัวเองในอนาคต คล้ายกับการคิดถึงคนแปลกหน้าที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน ที่เป็นแบบนี้อาจเป็นเพราะสิ่งที่บางครั้งถูกเรียกว่า “ช่องว่างแห่งความเห็นอกเห็นใจ” การเห็นอกเห็นใจและห่วงใยคนที่เราไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวอาจเป็นเรื่องยาก แม้แต่กับตัวของเราเองในอนาคต ดังนั้นในงานของเธอ เจย์จึงพยายามช่วยคนหนุ่มสาวให้จินตนาการถึงตนเองในอนาคตและลงมือทำอะไรบางอย่างเพื่อดูแลตนเองในอนาคตนั้น รวมไปถึงวางแผนสิ่งที่จะทำให้กับตัวเองในอนาคต เพื่อปูทางให้พวกเขาไล่ตามความฝันและมุ่งมั่นกระทำให้สำเร็จต่อไป ในสดุดี 90 เราได้รับการเชิญชวนให้มองชีวิตของเราไม่เพียงแค่ในปัจจุบันแต่ในภาพรวมทั้งชีวิต โดยทูลขอพระเจ้าให้ทรงช่วยเรา “นับวันของเรา เพื่อเราจะได้มีจิตใจที่มีปัญญา” (ข้อ 12) การตระหนักว่าเวลาของเราบนโลกมีจำกัด จะเตือนเราถึงความจำเป็นอย่างยิ่งในการพึ่งพาพระเจ้า เราต้องการความช่วยเหลือจากพระองค์เพื่อที่จะรู้จักวิธีพบความพึงพอใจและความยินดี ไม่ใช่แค่เพียงตอนนี้ แต่ “ตลอดวันเวลาของเรา” (ข้อ 14) เราต้องการความช่วยเหลือจากพระองค์เพื่อเรียนรู้ที่จะไม่คิดถึงแค่ตัวเราเท่านั้น แต่คิดถึงคนรุ่นต่อๆไปในอนาคตด้วย (ข้อ 16) และเราต้องการความช่วยเหลือจากพระองค์เพื่อรับใช้พระองค์ตามเวลาที่เราได้รับ ขณะที่พระองค์ทรงสถาปนาหัตถกิจแห่งมือและหัวใจของเรา (ข้อ 17)
  2. ความรอดอัศจรรย์
    ชีวิตของบล็อกเกอร์ที่ชื่อเควิน ลินน์เหมือนกำลังจะพังทลายลง เขาเล่าให้ฟังในบทความล่าสุดว่า “ผมเอาปืนจ่อหัวตัวเอง… พระเจ้าเท่านั้นที่จะต้องทรงเข้ามาในห้องของผมและในชีวิตของผมอย่างอัศจรรย์ ในชั่วขณะนั้นผมได้พบกับผู้ที่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าเป็นพระเจ้า” พระเจ้าทรงแทรกแซงและป้องกันลินน์จากการปลิดชีวิตตัวเอง พระองค์ทรงใส่การสำนึกผิดและให้เขาจดจำได้อย่างท่วมท้นถึงการทรงสถิตอยู่ด้วยความรักของพระองค์ แทนที่ลินน์จะปิดบังเรื่องการเผชิญหน้าอันทรงพลังนี้ เขากลับแบ่งปันประสบการณ์ให้คนทั้งโลก ด้วยการทำพันธกิจทางยูทูปที่เขาจะเล่าเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงของตัวเขาเองและเรื่องราวของผู้อื่น เมื่อลาซารัสซึ่งเป็นผู้ติดตามและเป็นเพื่อนของพระเยซูเสียชีวิตลง หลายคนสรุปว่าพระเยซูมาสายเกินไป (ยน.11:32) ลาซารัสอยู่ในอุโมงค์ฝังศพเป็นเวลาสี่วันก่อนที่พระคริสต์จะเสด็จมาถึง แต่พระองค์ทรงเปลี่ยนช่วงเวลาแห่งความปวดร้าวให้กลายเป็นการอัศจรรย์ เมื่อทรงชุบเขาให้เป็นขึ้นจากความตาย (ข้อ 38) “เราบอกเจ้าแล้วมิใช่หรือว่า ถ้าเจ้าเชื่อเจ้าก็จะได้เห็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า” (ข้อ 40) ดังเช่นที่พระเยซูทรงทำให้ลาซารัสฟื้นจากตาย พระองค์ก็ได้ประทานชีวิตใหม่ให้เราผ่านทางพระองค์ โดยการสละพระชนม์บนไม้กางเขน พระคริสต์ได้ทรงชดใช้โทษบาปของเรา และทรงมอบการอภัยโทษให้เราเมื่อเรายอมรับของประทานแห่งพระคุณของพระองค์ เราเป็นอิสระจากพันธนาการแห่งบาป ถูกสร้างขึ้นใหม่ด้วยความรักนิรันดร์ของพระองค์ และได้รับโอกาสที่จะเปลี่ยนจุดมุ่งหมายของชีวิตเรา
  3. เลือกอย่างฉลาด
    นักบินอวกาศคริส เฟอร์กูสัน ได้ตัดสินใจอย่างยากลำบากในฐานะผู้บัญชาการของลูกเรือที่มีกำหนดการเดินทางไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ การตัดสินใจนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องกลไลการบินหรือความปลอดภัยของเพื่อนนักบินอวกาศคนอื่น แต่เกี่ยวกับสิ่งที่เขาถือว่าเป็นงานสำคัญที่สุดของเขา นั่นคือครอบครัว เฟอร์กูสันเลือกที่จะอยู่บนโลกเพื่อร่วมพิธีแต่งงานของลูกสาว ในบางครั้งเราทุกคนต้องเผชิญกับการตัดสินใจที่ยากลำบาก ที่ทำให้เราต้องชั่งใจว่าสิ่งใดสำคัญที่สุดสำหรับชีวิตเรา เพราะตัวเลือกหนึ่งต้องแลกมาด้วยการจ่ายราคาสำหรับอีกตัวเลือกหนึ่ง พระเยซูทรงมีเป้าหมายที่จะสื่อสารความจริงนี้กับสาวกของพระองค์และฝูงชนที่เฝ้าดูเหตุการณ์ เกี่ยวกับการตัดสินใจที่สำคัญที่สุดในชีวิต คือการติดตามพระองค์ พระองค์ตรัสว่าในการเป็นสาวก พวกเขาจะต้อง “ปฏิเสธตนเอง” เพื่อที่จะเดินกับพระองค์ (มก.8:34) พวกเขาอาจถูกล่อลวงให้ไม่อยากเสียสละตนเองในการติดตามพระคริสต์ และแสวงหาความปรารถนาของตนเองแทน แต่พระเยซูทรงเตือนพวกเขาว่าสิ่งที่เขาอยากเลือกนั้นจะต้องแลกด้วยสิ่งที่มีคุณค่ามากยิ่งกว่า เรามักถูกล่อลวงให้ไขว่คว้าสิ่งที่ดูเหมือนจะมีค่าสูง แต่สิ่งเหล่านี้เองที่ดึงความสนใจเราจากการติดตามพระเยซู ให้เราทูลขอพระเจ้านำทางเราในการตัดสินใจเลือกที่เราต้องเผชิญในแต่ละวัน เพื่อที่เราจะเลือกอย่างฉลาดและถวายเกียรติแด่พระองค์
  4. พลังแห่งชื่อ
    รานจิตอยากรับรองการมีตัวตนของเด็กที่อาศัยอยู่ตามถนนในเมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย เขาจึงแต่งเพลงตามชื่อของเด็กเหล่านั้น เขาแต่งทำนองที่มีเอกลักษณ์ให้แต่ละชื่อ แล้วสอนให้เด็กร้องโดยหวังให้พวกเขาได้มีความทรงจำดีๆเกี่ยวกับชื่อของตน สำหรับเด็กที่ไม่ค่อยจะได้ยินชื่อของตนเองถูกเรียกด้วยความรัก ถือว่ารานจิตได้มอบของขวัญแห่งการให้เกียรตินี้แก่พวกเขา ในพระคัมภีร์ชื่อมีความสำคัญ โดยมักจะสะท้อนถึงลักษณะนิสัยหรือบทบาทใหม่ของบุคคล ยกตัวอย่างเช่น พระเจ้าทรงเปลี่ยนชื่ออับรามและซารายเมื่อพระองค์ทรงทำพันธสัญญาแห่งความรักกับพวกเขา โดยสัญญาว่าพระองค์จะทรงเป็นพระเจ้าของพวกเขาและพวกเขาจะเป็นชนชาติของพระองค์ อับรามซึ่งแปลว่า “บิดาผู้เป็นที่ยกย่อง” เปลี่ยนเป็นอับราฮัมซึ่งแปลว่า “บิดาของชนชาติมากมาย” และซารายซึ่งหมายถึง “เจ้าหญิง” กลายเป็นซาราห์ที่แปลว่า “เจ้าหญิงของชนชาติมากมาย” (ดู ปฐก.17:5,15) ชื่อใหม่ที่พระเจ้าตั้งให้หมายรวมถึงพระสัญญาอันเปี่ยมด้วยพระเมตตาคุณที่ว่าพวกเขาจะไม่เป็นหมันอีกต่อไป และเมื่อซาราห์ให้กำเนิดบุตรชาย พวกเขาจึงยินดีเป็นอย่างยิ่งและตั้งชื่อบุตรนั้นว่าอิสอัค ซึ่งหมายความว่า “เขาหัวเราะ” เพราะ “ซาราห์กล่าวว่า ‘พระเจ้าทรงกระทำให้ข้าพเจ้าหัวเราะ ทุกคนที่ได้ฟังจะพลอยหัวเราะด้วย’” (ปฐก.21:6) เราแสดงถึงการเคารพและให้เกียรติผู้อื่นเมื่อเราเรียกชื่อของเขา และเป็นการยืนยันว่าพวกเขาเป็นผู้ที่พระเจ้าทรงสร้างขึ้น ชื่อเล่นที่เรียกด้วยความรักซึ่งแสดงถึงคุณลักษณะเฉพาะตัวที่ผู้นั้นได้ถูกสร้างขึ้นตามพระฉายาของพระเจ้าก็เช่นเดียวกัน
  5. เรื่องยังไม่จบ
    ในตอนจบของภาพยนตร์ซีรี่ส์เรื่อง ตำรวจจับตำรวจ (Line of Duty) มีผู้ชมติดตามมากเป็นประวัติการณ์เพื่อดูว่าการต่อสู้กับองค์กรอาชญากรรมจะจบลงอย่างไร แต่ผู้ชมจำนวนมากต้องผิดหวังเมื่อตอนจบบอกเป็นนัยว่าในที่สุดแล้ว ฝ่ายอธรรมจะมีชัยชนะ แฟนซีรี่ย์คนหนึ่งกล่าวว่า “ผมอยากให้พวกคนเลวถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เราต้องการตอนจบที่ถูกต้องชอบธรรม” นักสังคมวิทยาปีเตอร์ เบอร์เกอร์เคยตั้งข้อสังเกตว่าคนเราหิวกระหายความหวังและความยุติธรรม โดยหวังว่าวันหนึ่งความชั่วร้ายจะพ่ายแพ้และผู้ที่ก่อเหตุร้ายจะต้องเผชิญหน้ากับการกระทำของตนเอง โลกที่คนเลวเป็นฝ่ายชนะเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับสิ่งที่เราหวังว่าโลกควรจะเป็น แฟนซีรี่ย์ที่ผิดหวังเหล่านั้นอาจไม่รู้ตัวว่าพวกเขากำลังแสดงออกถึงความปรารถนาจากส่วนลึกของมนุษย์ที่อยากให้โลกกลับมาอยู่บนความถูกต้องอีกครั้ง ในคำอธิษฐานของพระเยซูพระองค์ทรงรู้ว่ามีความชั่วร้าย และความชั่วนั้นไม่ได้อยู่แค่ในหมู่พวกเรา ซึ่งต้องได้รับการยกโทษ (มธ.6:12) แต่มีอยู่ทั่วไปในวงกว้าง ซึ่งต้องได้รับการช่วยให้หลุดพ้น (ข้อ 13) แต่ในความจริงนี้ยังมีความหวังอยู่ มีที่แห่งหนึ่งที่ไม่มีความชั่วร้าย นั่นคือสวรรค์ และแผ่นดินสวรรค์กำลังจะมาตั้งอยู่ในโลก (ข้อ 10) วันหนึ่งการพิพากษาของพระเจ้าจะสำเร็จ “ตอนจบอย่างถูกต้องชอบธรรม” ของพระองค์จะมาถึง และความชั่วจะถูกกำจัดสิ้นไปตลอดกาล (วว.21:4) ดังนั้นในชีวิตจริงเมื่อคนเลวชนะและเรารู้สึกผิดหวัง ขอให้จำไว้ว่า ก่อนที่จะ “เป็นไปตามพระทัยของพระองค์ ในสวรรค์เป็นอย่างไรก็ให้เป็นไปอย่างนั้นในแผ่นดินโลก” เรายังมีความหวังเสมอ เพราะเรื่องนี้ยังไม่จบลง

อ่านมานาประจำวัน

อ่านมานาประจำวัน

คริสตจักรพระสัญญา 318 ถ.สุขุมวิท (ไปชลบุรี สายเก่า) ต.ปากน้ำ  .สมุทรปราการ 10270 
โทรศัพท์ :(+66) 02 702 7636    

Go to top