พันธกิจมานาประจำวัน

Thai ODB
  1. พูด วางใจ รู้สึก
    “ห้ามพูด ห้ามวางใจ ห้ามรู้สึก เป็นกฎที่เราใช้ดำเนินชีวิต” เฟรดเดอริค บุชเนอร์กล่าวไว้ในบันทึกอันทรงพลังที่ชื่อว่า บอกความลับ “และวิบัติจงเกิดแก่ผู้ที่แหกกฎ” บุชเนอร์กำลังอธิบายประสบการณ์ที่เขาเรียกว่า “กฎที่ไม่ได้บัญญัติของครอบครัวที่เสียสมดุล” ในครอบครัวของเขา “กฎ” นั้นแปลว่าบุชเนอร์ไม่ได้รับอนุญาตให้พูดถึงหรือเศร้าโศกในการฆ่าตัวตายของพ่อ ซึ่งทำให้เขาไม่เหลือใครที่จะวางใจให้พูดถึงความเจ็บปวดของเขา คุณเคยมีประสบการณ์แบบนี้ไหม พวกเราหลายคนโดยทางใดทางหนึ่งเคยเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอยู่กับความรักจอมปลอม ที่เรียกร้องให้เราไม่พูดถึงสิ่งที่ทำร้ายเราอย่างตรงไปตรงมาหรือเก็บเงียบเอาไว้ “ความรัก” เช่นนั้นถูกควบคุมโดยความกลัว และเป็นรูปแบบหนึ่งของการตกเป็นทาส เราไม่อาจลืมได้ว่าความรักที่พระเยซูทรงเชื้อเชิญให้เรารับนั้น แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากความรักที่มีข้อแม้ที่เราพบเจอเสมอ ซึ่งเป็นความรักที่เรามักกลัวว่าจะสูญเสียมันไป ตามที่เปาโลอธิบายว่า โดยความรักของพระคริสต์นั้นจะทำให้เราสามารถเข้าใจได้ในที่สุดว่า การไม่ต้องมีชีวิตอยู่ในความกลัวนั้นหมายถึงอะไร (รม.8:15) และเริ่มเข้าใจถึงเสรีภาพอย่างมีศักดิ์ศรี (ข้อ 21) สิ่งนี้จะเป็นไปได้เมื่อเรารู้ว่าเราอยู่ในความรักที่ลึกซึ้ง แท้จริงและไม่มีข้อแม้ เรามีเสรีภาพที่จะพูด วางใจ และรู้สึกได้อีกครั้ง เพื่อจะเรียนรู้ถึงความหมายของการมีชีวิตโดยปราศจากความกลัว
  2. คริสเตียนที่ฉลาด
    การระบาดของไวรัสโคโรนาส่งผลให้ทั่วโลกต้องยกเลิกการเรียนในโรงเรียน ในประเทศจีนคุณครูแก้ปัญหาโดยการใช้ติงทอล์ค ซึ่งเป็นแอปพลิเคชั่นที่ช่วยให้จัดชั้นเรียนออนไลน์ได้ ต่อมาพวกนักเรียนพบว่าหากคะแนนความนิยมของติงทอล์คต่ำเกินไป มันอาจถูกลบออกจากแอปสโตร์ได้ ในชั่วข้ามคืนการให้คะแนนระดับหนึ่งดาวจากคนนับพันจึงทำให้คะแนนของติงทอล์คลดต่ำลง พระเยซูคงไม่ประทับใจในนักเรียนที่หลีกเลี่ยงความรับผิดชอบของตน แต่อาจทรงชื่นชมความเฉลียวฉลาดของพวกเขา พระองค์ทรงเล่าเรื่องที่ฉีกแนวของคนต้นเรือนที่ถูกไล่ออก ในวันสุดท้ายของการทำงานเขาแก้หนี้ของลูกหนี้เจ้านายให้น้อยลง พระเยซูไม่ได้ยกย่องความไม่ซื่อสัตย์ของคนต้นเรือนนี้ แต่ทรงชื่นชมความฉลาดของเขา และทรงหวังว่าผู้ที่ติดตามพระองค์จะฉลาดเท่ากับเขา “เราบอกท่านทั้งหลายว่า จงกระทำตัวให้มีมิตรสหายด้วยทรัพย์สมบัติอธรรม เพื่อเมื่อทรัพย์นั้นเสียไปแล้ว เขาจะได้ต้อนรับท่านไว้ในที่อาศัยอันถาวรเป็นนิตย์” (ลก.16:9) เมื่อพูดถึงเรื่องเงิน คนส่วนใหญ่มักกังวลถึงส่วนที่ตนเองจะต้องสูญเสีย แต่คนฉลาดมองหาวิธีที่จะทำให้เงินนั้นเกิดประโยชน์ พระเยซูตรัสว่าการให้แก่ผู้อื่น “ทำ…ให้มีมิตรสหาย” ซึ่งมาพร้อมกับความปลอดภัยและอิทธิพล ใครกันที่เป็นผู้นำในกลุ่ม ก็คือคนที่จ่ายเงิน การให้ยังเพิ่ม “ที่อาศัยอันถาวรเป็นนิตย์” อีกด้วย ด้วยความเต็มใจที่จะตัดใจจากทรัพย์สินเงินทอง เราก็ได้สำแดงความไว้วางใจของเราในพระเยซู แม้เราอาจไม่มีเงิน แต่เรามีเวลา มีความสามารถหรือหูที่รับฟัง ให้เราทูลขอพระเจ้าให้ทรงสำแดงวิธีที่จะรับใช้ผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์เพื่อพระเยซู
  3. อยู่เพื่อรับใช้
    หลังจากเชลซีวัยสิบขวบได้รับชุดอุปกรณ์ศิลปะที่ประณีต เธอค้นพบว่าพระเจ้าทรงใช้ศิลปะเพื่อช่วยให้เธอรู้สึกดีขึ้นเมื่อเธอเศร้า และเมื่อรู้ว่ามีเด็กบางคนไม่มีอุปกรณ์ศิลปะ เธอต้องการจะช่วยพวกเขา ดังนั้นเมื่อใกล้จะถึงงานวันเกิดของเธอ เธอขอให้เพื่อนๆร่วมบริจาคอุปกรณ์ศิลปะเพื่อเด็กที่ขาดแคลนโดยไม่ต้องเอาของขวัญมาให้เธอ ต่อมาด้วยความช่วยเหลือของครอบครัว เธอได้ก่อตั้งองค์กรการกุศลเชลซี เธอขอรับบริจาคจากผู้คนมากขึ้นเพื่อที่จะช่วยเด็กได้มากขึ้น ทั้งยังช่วยสอนเกร็ดความรู้ด้านศิลปะให้กับกลุ่มเด็กที่ได้รับบริจาค หลังจากผู้ประกาศข่าวท้องถิ่นได้สัมภาษณ์เชลซี มีคนร่วมบริจาคอุปกรณ์จากทั่วประเทศ ขณะที่องค์กรการกุศลเชลซียังคงส่งอุปกรณ์ศิลปะไปทั่วโลก เด็กสาวผู้นี้กำลังสำแดงถึงการที่พระเจ้าทรงสามารถใช้พวกเราเมื่อเราเต็มใจที่จะมีชีวิตอยู่เพื่อรับใช้ผู้อื่น ความเห็นอกเห็นใจและเต็มใจที่จะแบ่งปันของเชลซีสะท้อนให้เห็นถึงหัวใจของผู้รับใช้ที่สัตย์ซื่อ อัครทูตเปโตรหนุนใจผู้เชื่อในพระเยซูทุกคนให้เป็นผู้รับใช้ที่สัตย์ซื่อในขณะที่พวกเขา “รักกันฉันพี่น้อง” โดยการแบ่งปันสิ่งที่มีและของประทานที่พระเจ้าทรงประทานให้แก่พวกเขา (1 ปต.4:8-11) สิ่งเล็กๆที่เราทำด้วยความรักสามารถบันดาลใจผู้อื่นให้แบ่งปันร่วมกับเรา พระเจ้าทรงสามารถรวบรวมผู้สนับสนุนทั้งหลายให้มารับใช้เคียงข้างเรา เมื่อเราพึ่งพาในพระเจ้า เราจะมีชีวิตอยู่เพื่อรับใช้และถวายพระเกียรติที่ทรงสมควรได้รับแด่พระเจ้าของเรา
  4. ศึกษาพระคัมภีร์
    ในผลงานชิ้นเอกเรื่อง รู้จักพระเจ้า ของเจ.ไอ.แพคเกอร์ (1926-2020) กล่าวถึงผู้เชื่อในพระคริสต์สี่คนซึ่งเป็นที่รู้จัก เขาเรียกคนเหล่านั้นว่า “ผู้ทำงานหนักเพื่อพระคัมภีร์” ไม่ใช่ทุกคนเป็นผู้รอบรู้ที่ได้รับการอบรม แต่แต่ละคนฝึกฝนอย่างตั้งใจเพื่อจะรู้จักพระเจ้า โดยค้นคว้าพระคัมภีร์อย่างลึกซึ้งเหมือนตัวบีเวอร์ที่ขุดและกัดแทะต้นไม้เพื่อเปิดทาง แพคเกอร์ให้ข้อสังเกตอีกว่าการรู้จักพระเจ้าผ่านการศึกษาพระคัมภีร์ไม่ใช่สำหรับนักวิชาการเท่านั้น “คนธรรมดาที่อ่านพระคัมภีร์และฟังคำเทศนาซึ่งเป็นผู้ที่เต็มล้นด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ จะพัฒนาความสนิทสนมกับพระเจ้าและพระผู้ช่วยให้รอดของเขาได้ลึกซึ้งกว่านักวิชาการผู้คร่ำเคร่ง ที่พอใจเพียงความถูกต้องในหลักศาสนศาสตร์เท่านั้น” น่าเสียดายว่าไม่ใช่ทุกคนที่ศึกษาพระคัมภีร์จะทำเช่นนั้นด้วยความถ่อมใจ โดยมีเป้าหมายที่จะรู้จักพระผู้ช่วยให้รอดให้ดีขึ้นและเป็นเหมือนพระองค์มากขึ้น ในยุคของพระเยซูมีคนมากมายที่อ่านพันธสัญญาเดิม แต่กลับไม่รู้จักบุคคลที่พระคัมภีร์กล่าวถึง “ท่านทั้งหลายค้นดูในพระคัมภีร์เพราะท่านคิดว่าในนั้นมีชีวิตนิรันดร์ และพระคัมภีร์นั้นเป็นพยานให้แก่เรา แต่ท่านทั้งหลายไม่ยอมมาหาเราเพื่อจะได้ชีวิต” (ยน.5:39-40) คุณเคยรู้สึกสับสนในขณะที่อ่านพระคัมภีร์บ้างหรือไม่ หรือคุณเคยเลิกศึกษาพระคัมภีร์ไหม “ผู้ทำงานหนัก” เพื่อพระคัมภีร์เป็นมากกว่าผู้อ่านพระคัมภีร์ พวกเขาอธิษฐานอย่างจริงใจและค้นคว้าพระคัมภีร์อย่างตั้งใจ เพื่อเปิดตาและใจของเขาให้เห็นความรักของพระเยซูซึ่งเป็นผู้ที่พระคัมภีร์ได้เปิดเผยให้เรารู้จัก
  5. ผุพังจากภายใน
    ตอนที่ฉันเป็นวัยรุ่น แม่ได้วาดภาพไว้บนผนังห้องนั่งเล่นในบ้านของเราซึ่งยังคงอยู่ที่นั่นต่อมาอีกหลายปี ภาพนั้นเป็นภาพวิหารกรีกโบราณที่ปรักหักพัง มีเสาหินสีขาวกองอยู่ข้างๆกับแท่นน้ำพุและรูปปั้นที่แตกหัก ขณะมองภาพสถาปัตยกรรมกรีกในยุคเฮลเลนิสติกที่ครั้งหนึ่งเคยงดงาม ฉันพยายามจินตนาการถึงสิ่งที่ทำลายวิหารนี้ ฉันสงสัยใคร่รู้โดยเฉพาะเมื่อได้ศึกษาถึงโศกนาฏกรรมของอารยธรรมที่เคยยิ่งใหญ่และรุ่งเรือง แต่เสื่อมถอยและผุพังจากภายใน ทุกวันนี้ความบาปชั่วอันเลวทรามและการทำลายล้างอย่างป่าเถื่อนที่เราเห็นรอบตัวเป็นสิ่งที่น่าหนักใจ เป็นธรรมชาติของเราที่พยายามจะอธิบายความเสียหายนี้โดยโยนความผิดไปที่คนหรือชนชาติที่ปฏิเสธพระเจ้า แต่เราควรจะตรวจสอบภายในใจของเราด้วยหรือไม่ พระคัมภีร์เตือนให้ระวังว่าเราจะเป็นคนหน้าซื่อใจคด เมื่อเราเรียกให้ผู้อื่นหันออกจากความบาปของเขาโดยที่ไม่ได้สำรวจลึกเข้าไปในจิตใจของเราเอง (มธ.7:1-5) พระธรรมสดุดี 32 ท้าทายเราให้มองดูและสารภาพความบาปของเรา เราจะสัมผัสถึงเสรีภาพจากความรู้สึกผิด และความชื่นชมยินดีจากการกลับใจใหม่อย่างแท้จริงได้ ก็ต่อเมื่อเรายอมรับและสารภาพบาปของเราเท่านั้น (ข้อ 1-5) และในขณะที่เราชื่นชมยินดีที่ได้รู้ว่าพระเจ้าทรงโปรดประทานการอภัยโทษที่สมบูรณ์แก่เรา เราก็จะสามารถแบ่งปันความหวังนั้นให้แก่ผู้ที่กำลังต่อสู้กับความบาปได้

อ่านมานาประจำวัน

อ่านมานาประจำวัน

คริสตจักรพระสัญญา 318 ถ.สุขุมวิท (ไปชลบุรี สายเก่า) ต.ปากน้ำ  .สมุทรปราการ 10270 
โทรศัพท์ :(+66) 02 702 7636    

Go to top