คุณอยู่ที่: หน้าแรกบทความคริสเตียนหลักข้อเชื่อบาปของมนุษย์...

บาปของมนุษย์...

ถ้าจะถามว่าพระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ขึ้นมาเพื่อพระประสงค์อะไร ก็อาจตอบได้จากพระคัมภีร์ว่านอกจากเพื่อเป็นการยืนยันถึงความรักและอัฉริ ยภาพในการทรงสร้างของพระองค์แล้ว พระเจ้ายังทรงต้องการให้มนุษย์เป็นผู้ครอบครองดูแลสิ่งที่ต่างๆที่พระองค์ ได้ทรงสร้างขึ้นไว้ก่อนหน้าที่จะทรงสร้างมนุษย์ เพื่อให้โลกนี้มีมนุษย์เป็นผู้ปกครอง ไม่ใช่มีสัตว์เป็นผู้ปกครอง...

 



          แต่ การที่พระองค์จะมอบภารกิจสำคัญนี้ให้กับมนุษย์กระทำพระองค์ก็มีพระประสงค์ ให้มนุษย์ดำรงชีวิตร่วมไปกับพระองค์โดยมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับพระองค์ และเคารพยำเกรงเชื่อฟังพระองค์ แต่ทั้งนี้โดยทรงให้มีเสรีภาพในเวลาเดียวกันด้วย ...

          พระ เจ้าทรงรักมนุษย์เพราะพระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ตามอย่างพระองค์ ซึ่งมนุษย์ก็ควรจะรักพระเจ้าและควรแสดงออกต่อพระเจ้าโดยการคิดและทำสิ่ง ต่างๆ ในวิถีทางที่สอดคล้องกับน้ำพระทัยของพระเจ้าเช่นกัน...

          มนุษย์คู่แรกได้มีความสุขในชีวิตอย่างล้นเหลือ พระเจ้าทรงให้มนุษย์คู่แรกใช้ชีวิตอยู่ในสวนที่มีชื่อว่าสวนเอเดน อันเป็นที่ที่อุดมสมบูรณ์ด้วยอาหารและผลไม้ทุกชนิด และในเวลานั้น ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าความเจ็บไข้ได้ป่วย ความขาดแคลน และความตาย รวมทั้งมนุษย์ยังไม่มีและไม่รู้จักการเปรียบเทียบความดีความชั่ว รวมทั้งยังไม่รู้จักความละอายเพราะไม่มีเหตุให้ต้องละอาย ผู้เขียนเข้าใจเองว่ามนุษย์คู่แรกคงมีสภาพจิตเป็นกลางๆ มีความสุขที่มีพระเจ้าเป็นปัจจัย ซึ่งเป็นสุขนิรันดร์ไม่ใช่ความสุขที่มีผลจากการเปรียบเทียบและพบว่าตนเองได้ ครอบครองสิ่งที่เหนือกว่า ดีกว่า เป็นปัจจัย ซึ่งเป็นสุขอนิจจัง...

          มนุษย์คู่แรกดำเนินชีวิตไปโดยไม่ต้องห่วงกังวลกับอาหารการกินและปัญหาประจำวัน เพราะทุกอย่างมีพรั่งพร้อมในสวนเอเดน...

          ในสวนเอเดนนั้นพระเจ้าทรงให้มนุษย์ครอบครองใช้สอย และบริโภคได้ทุกอย่าง แต่ทรงห้ามไม่ให้มนุษย์กินผลของต้นไม้ต้นหนึ่ง... ผลของต้นไม้นี้หากมนุษย์กินเข้าไปก็จะเกิดความเข้าใจเรื่องของการเปรียบ เทียบรู้จักสิ่งดีสิ่งชั่ว รู้จักความหยาบความประณีต และรู้จักเรื่องสิ่งคู่ตรงกันข้ามทั้งปวง ... ความรู้ชนิดนี้แหละจะนำมนุษย์เข้าสู่การหาความสุขอนิจจังและปฏิเสธความสุขนิ รันดร์จากพระเจ้า... ดังนั้นพระเจ้าจึงทรงห้ามไว้ ... นี่เป็นข้อห้ามประการเดียวที่พระเจ้าทรงบัญญัติไว้...

          ในระยะแรก ทุกสิ่งที่มนุษย์ได้กระทำในเวลานั้นล้วนสอดคล้องต้องตามน้ำพระทัยของพระเจ้า และทุกสิ่งก็ดำเนินไปเป็นอย่างดี พระคัมภีร์กล่าวว่าพระเจ้าได้มีการพบปะพูดคุยกับมนุษย์คู่แรกอยู่เป็นประจำ ฝ่ายมนุษย์ก็รักและเชื่อฟังพระเจ้าอยู่เสมอมา...


           จนกระทั้งคราวหนึ่งที่มนุษย์ได้ใช้เสรีภาพของตนตัดสินใจกระทำการสิ่งหนึ่งอันเป็น การฝ่าฝืนต่อน้ำพระทัยของพระเจ้า... ซึ่งนั่นคือความหมายของคำว่า บาป นั่นเอง ... แต่การกระทำบาปครั้งแรกนั้นจะเริ่มต้นจากมนุษย์เองทั้งหมดก็หาไม่ หากแต่เริ่มต้นจากความคิดอันเหิมเกริมของสิ่งที่พระเจ้าทรงสร้างขึ้นในรูป ของวิญญาณชนิดหนึ่ง... มันคือซาตาน ...

ฑูตสวรรค์ และ ซาตาน...



         
ในบรรดาสิ่งที่พระเจ้าทรงสร้างขึ้นจำนวนเหลือที่ จะคณานับได้นั้น พระเจ้าได้ทรงสร้างวิญญาณที่สำคัญขึ้นหมู่หนึ่ง วิญญาณเหล่านี้เรียกว่าฑูตสวรรค์ซึ่งพระเจ้าให้มีฤทธิ์อำนาจและความสามารถ ต่างๆกัน หน้าที่ของฑูตสวรรค์คือรับใช้พระเจ้าและกระทำการต่างๆภายใต้พระดำริของพระ เจ้า...
        
จากพระคัมภีร์ เราได้พบว่าพระเจ้ากำหนดให้มนุษย์มีศักดิ์ศรีสูงกว่าเหล่าฑูตสวรรค์เสียอีก เพราะพระเจ้าทรงมีภาพลักษณ์เป็นพระบิดาของมนุษย์ ในขณะที่พระเจ้ากลับมีภาพลักษณ์เป็นพระราชาหรือเป็นเจ้านายของเหล่าบรรดาฑูต สวรรค์...

         
ในเหล่าฑูตสวรรค์ทั้งหมดนั้น มีฑูตสวรรค์ตนหนึ่งที่มีฤทธิ์อำนาจมากและต้องการทำตนเทียมพระเจ้า ชื่อของฑูตสวรรค์ตนนี้มีมากมายแต่เราคุ้นเคยกับมันในชื่อว่า ซาตาน... ซาตานได้ปลุกปั่นฑูตสวรรค์จำนวนหนึ่งไว้เป็นสมุนบริวารของมันด้วย...

         
ซาตานซึ่งมีฤทธิ์อำนาจมากได้มาหามนุษย์คู่แรกใน ร่างของงู มันได้หลอกลวงมนุษย์ให้สงสัยในความรักและความเมตตาของพระเจ้าที่มีต่อมนุษย์ มันได้ใช้เครื่องมือหลักคือการพูดโกหกอย่างชาญฉลาดทำให้มนุษย์สงสัยในพระ เจ้า และมันได้พูดยุยงให้มนุษย์กระทำการอันฝ่าฝืนน้ำพระทัยของพระเจ้าโดยตรงคือ การยุยงให้เอวากินผลไม้ต้องห้าม...

มันได้ยุยงว่าพระเจ้ากลัวว่ามนุษย์จะรอบรู้เท่าพระเจ้าหาก กินผลไม้นั้นดังนั้นพระเจ้าจึงได้ทรงห้ามไว้ ... มันได้ยุยงอีกว่าถ้าพระเจ้ารักมนุษย์จริงพระเจ้าต้องยอมให้มนุษย์รอบรู้เท่า พระเจ้า...

การยุยงของมันได้รับความสำเร็จอย่างล้นเหลือ... นั่นคือมนุษย์คู่แรกได้กระทำความผิดบาปต่อพระเจ้าโดยการฝ่าฝืนคำสั่งของพระ เจ้าโดยการกินผลไม้แห่งการรู้ดีรู้ชั่วเข้าไป...

           เมื่อมนุษย์รู้ดีรู้ชั่วแล้ว ก็จึงรู้ว่าตัวเองทำผิดทำชั่วจากการละเมิดน้ำพระทัยของพระเจ้า แต่มนุษย์ก็ได้พยายามกระทำการปลดเปลื้องและปกปิดความผิดนั้นด้วยวิธีของตน เองคือการหลบหน้าซ่อนเร้นตัวเองจากพระเจ้าแทนที่จะขวนขวายกลับเข้าหาพระเจ้า เพื่อการสารภาพและขอการทรงยกโทษจากพระองค์...

           มนุษย์หันหลังให้กับพระเจ้า และได้ดำเนินไปในทิศทางที่มุ่งจะกระทำการทุกสิ่งด้วยกำลังและสติปัญญาของตนเอง...

           เมื่อได้พิจารณาดูแล้ว เราก็พบว่าความผิดที่แท้จริงของมนุษย์ไม่ได้อยู่ที่การกินผลไม้ต้องห้ามนั้น ดอก เพราะการทำผิดเช่นนี้อาจเกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจก็ได้ (เช่นผลไม้อาจร่วงหล่นแล้วกลิ้งไกลไปจากต้นทำให้ไม่รู้ว่าเป็นผลไม้ต้องห้าม ) หากแต่ความผิดที่แท้จริงอยู่ที่มนุษย์ละเมิดน้ำพระทัยของพระเจ้าโดยเชื่อ ซาตานมากกว่าที่จะเชื่อพระเจ้าทั้งที่พระเจ้าได้ทรงกระทำพระคุณให้เป็นที่ ปรากฎแก่มนุษย์มาตั้งแต่ต้น นี่คือผิดแรก... และการที่มนุษย์ดึงดันแก้ปัญหาความผิดไปตามกำลังและวิธีการของตนเองโดยไม่ ย้อนกลับมาหาพระเจ้าและไม่ตระหนักถึงความรักที่พระเจ้ามีให้มาตลอด นี่เป็นผิดที่สอง...

           และทั้งหมดนี้คือผลงานความสำเร็จอันเอกอุของซาตานในการเขย่าบัลลังก์ของพระ เจ้า... ทุกวันนี้พระเจ้ายังไม่ได้กำจัดซาตานออกไปจากโลก แต่พระเจ้าทรงกำหนดวาระนั้นไว้แล้ว ดังนั้นในทุกวันนี้ ซาตานและสมุนของมันจึงยังคงทำงานของมันต่อไป ... ผู้ที่มันจะมีอิทธิพลในชีวิตได้ก็คือคนที่ปฏิเสธความคุ้มครองของพระเจ้านั่น เอง... สิ่งที่ซาตานปรารถนาจะเห็นเกิดขึ้นในโลกมนุษย์นั้นล้วนขัดกับน้ำพระทัยของ พระเจ้าทั้งสิ้น นั่นคือ ความตาย ความเสียหายร้ายแรง ความบาป ความโกรธแค้นอาฆาต ความเข้าใจผิด การฆ่า การปองร้าย กิเลสตัณหาทางเพศ การโกหกหลอกลวงกัน และสรรพการอธรรมทั้งหลาย...ฯลฯ
 

 

โดย นายชัยรัตน์ จิตต์แก้ว
E-mail: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
www.christianthai.net

Share

หลักข้อเชื่อ

อ่านมานาประจำวัน

อ่านมานาประจำวัน

คริสตจักรพระสัญญา 318 ถ.สุขุมวิท (ไปชลบุรี สายเก่า) ต.ปากน้ำ  .สมุทรปราการ 10270 
โทรศัพท์ :(+66) 02 702 7636    

Go to top