คุณอยู่ที่: หน้าแรกบทความคริสเตียนหลักข้อเชื่อคริสต์ศาสนาสอนอะไร...?

คริสต์ศาสนาสอนอะไร...?

เรื่องของศาสนาคริสต์และเรื่องของพระเยซูสำหรับคนไทยทั่วๆ ไปนับว่าคลุมเครือเป็นอย่างยิ่ง และนอกเหนือจากความคลุมเครือแล้ว คนไทยเรายังมีทัศนะคติที่ระมัดระวังตัวในการเข้าไปเกี่ยวข้องกับแวดวงของ คริสต์ศาสนาอีกด้วย เรากลัวการถูกล้างสมองหรือถูกยัดเยียดความเชื่อที่ขัดต่อระเบียบประเพณีและ วัฒนธรรมดั้งเดิมของเราชาวไทยและไทยปนจีน (หรือจีนปนไทย) ที่เราคุ้นเคยกันดี บางคนบอกว่าคนคริสต์ไม่นับถือพ่อแม่และบรรพบุรุษ คนคริสต์นับถือแต่พระเจ้า อะไรๆก็พระเจ้า วันทั้งวันหาทางแต่จะยัดเยียดพระเจ้าให้คนอื่น ทำตัวเหมือนนักขายตรงที่น่าเบื่อหน่าย...

         
แต่มีใครบ้างไหมที่อยากเปิดใจถามตรงๆด้วยความอยากรู้ ว่าคริสต์ศาสนาสอนอะไร ? และคนที่นับถือคริสต์ศาสนาเขามองโลกอย่างไร ? ทำไมเขาจึงพยายามเผยแผ่ศาสนาของเขา และนั่นคือสิ่งที่น่ากลัวจริงหรือไม่ ?

          
ถ้าท่านคือคนประเภทนี้แล้ว...บทความนี้คงเป็นประโยชน์บางประการ สำหรับท่าน...ขอขอบคุณพระเจ้าหากท่านจะได้อ่านบทความนี้ไปจนจบ...

         
หนังสือเนชั่นแนลจีออกราฟฟิค ฉบับเดือนธันวาคม 2544 ให้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับจำนวนประชากรในโลกและการนับถือศาสนาไว้ค่อน ข้างละเอียดแต่จะขอสรุปให้เห็นภาพกว้างๆในที่นี้ดังนี้...
  
1. จำนวนประชากรในโลกมีประมาณ 6,000 ล้านคน (ในจำนวนนี้จำนวนผู้ชายน้อยกว่าจำนวนผู้หญิงเล็กน้อย)

2. ประชากรประมาณ 3,900 ล้านคนนับถือศาสนาใหญ่ที่เชื่อว่ามีพระเจ้า
         1. จำนวน 2,000 ล้านคนนับถือศาสนาคริสต์ (ศาสนาพระเจ้าองค์เดียว)
         2. จำนวน 1,300 ล้านคนนับถือศาสนาอิสลาม (ศาสนาพระเจ้าองค์เดียว)
         3. จำนวน 600 ล้านคนนับถือศาสนาฮินดู (ศาสนาพระเจ้าหลายองค์)
  
3. ประชากรประมาณ 390 ล้านคนนับถือพระพุทธศาสนา (รวมทุกนิกายทั้งหินยานแบบไทย พม่า ลาว ศรีลังกา และมหายานแบบจีน ญี่ปุ่น ธิเบต เวียดนาม...)
  
4. ประชากรที่เหลืออีกประมาณ 1,700 ล้านคน ส่วนหนึ่งนับถือศาสนาเล็กๆเฉพาะกลุ่มบ้าง (บางศาสนาเชื่อพระเจ้า บางศาสนาไม่เชื่อพระเจ้า), อีกส่วนหนึ่งไม่มีศาสนาที่ชัดเจน ในจำนวนที่ไม่ถือศาสนาที่ชัดเจนนี้เป็นพวกนับถือเหตุผลตามหลักปรัชญาของนัก คิดสายต่างๆ บ้าง ถือหลักยึดตนเองบ้าง นับถือเหตุผลและศักยภาพของวิทยาศาสตร์และหลักความคิดแบบสมัยใหม่บ้าง นับถือเทพนับถือผีต่างๆซึ่งรวมถึงวิญญาณของวีรบุรุษต่างๆบ้าง นับถือวัฏฏจักรของธรรมชาติบ้าง นับถือไสยศาสตร์บ้าง กระจายกันไปในส่วนต่างๆของโลก.

จะ เห็นได้ว่ามีคนถึงประมาณ 28% ที่ไม่มีศาสนาที่ชัดเจน และมีเพียง 6.5% เท่านั้นที่นับถือพระพุทธศาสนาซึ่งไม่เชื่อในเรื่องพระเจ้า ในขณะที่มีคนประมาณ 65% ของโลกที่นับถือศาสนาที่เชื่อในพระเจ้า...
         
ดังนั้น ถ้าจะกล่าวแบบรวบรัดลงไปอีกก็อาจกล่าวได้ว่า คนในโลกทุกๆ 100 คน มี 65 คนนับถือพระเจ้า และมี 35 คนที่ไม่นับถือพระเจ้า...
         
การเชื่อและนับถือในพระเจ้า กับการไม่เชื่อไม่นับถือในพระเจ้าย่อมทำให้วิธีคิดและการดำรงชีวิต ตลอดจนการสังเคราะห์วิธีการแก้ปัญหาในชีวิตของมนุษย์มีความแตกต่างกันอย่าง ไม่ต้องสงสัย ...
         
อย่างไรก็ตามบทความนี้มีได้มุ่งในประเด็นการพิสูจน์เรื่องการมี อยู่ของพระเจ้าและไม่ได้มุ่งที่จะทำให้ผู้อ่านเปลี่ยนความเชื่อดั้งเดิม แต่คงเป็นที่เข้าใจเอาเองว่าท่านผู้อ่านคงจะต้องถูกจำแนกโดยอัตโนมัติที เดียวว่า ท่านอยู่ในกลุ่มที่เชื่อพระเจ้าหรือไม่เชื่อพระเจ้า
         
จุด หมายสำคัญของบทความนี้คือจะพยายามเล่าเรื่องคริสต์ศาสนาอย่างง่ายๆให้แก่ผู้ ที่ยังไม่เข้าใจได้รู้ แต่แน่ละว่าในบางตอนต้องมีการกล่าวถึงพระพุทธศาสนาหรือความเชื่ออื่นบ้าง เพื่อให้เกิดภาพที่ชัดเจนขึ้นในใจผู้อ่านด้วยวิธีการเปรียบเทียบซึ่งจะนำไป สู่ความเข้าใจได้ง่ายกว่าการกล่าวถึงคริสต์ศาสนาเพียงด้านเดียวล้วนๆ...

 

 

พระเจ้า...พระวจนะ ... พระคัมภีร์ ...และกำเนิดของคริสต์ศาสนา...



          พระ เจ้าในคริสต์ศาสนาทรงเป็นพระวิญญาณบริสุทธิ์ พระองค์ไม่มีร่างกายอันต้องเปื่อยเน่าหรือต้องบำรุงเลี้ยงด้วยปัจจัยทาง วัตถุ พระองค์ทรงสมบูรณ์ในทุกด้าน ทรงเป็นแหล่งกำเนิดของชีวิตและกำลังของกัลป์จักวาล พระองค์ทรงสร้างทุกสิ่งในจักรวาลโดยพระดำรัส คือทรงสั่งให้เกิดสิ่งใด ก็บังเกิดสิ่งนั้นขึ้นมา พระองค์ทรงวางกฎเกณฑ์ของสรรพสิ่ง ซึ่งมนุษย์เรียกว่ากฎธรรมชาติ พระเจ้าทรงมีบุคคลิกภาพปรากฏเป็น ความรัก ความยุติธรรม ความสัตย์ซื่อ ความเป็นนิรันดร์ และความบริสุทธิ์ รวมทั้งเป็นแหล่งอำนาจสูงสุด...

          ไม่มีใครเคยเห็นพระเจ้าด้วยตาเปล่าๆของเขา แต่พระเจ้าทรงมาหามนุษย์และสื่อสารกับมนุษย์ พระองค์ทรงให้มนุษย์ทราบว่า พระนามของพระองค์คือ พระยะโฮวาห์ ซึ่งมีความหมายว่า เราเป็นอย่างที่เราเป็น

          มีศาสนาสำคัญสามศาสนาในโลกที่นับถือพระยะโฮวาห์ เป็นพระเจ้าสูงสุด นั่นคือ ศาสนายิวหรือยูดาย ศาสนาคริสต์ และศาสนาอิสลาม ตามลำดับเวลาที่ก่อตั้งศาสนาขึ้นในโลก...

          คำสั่งสอนของพระเจ้าเรียกว่า พระวจนะ พระ เจ้าได้ประทานพระวจนะให้แก่มนุษย์โดยผ่านผู้ที่พระองค์ทรงเรียกใช้หลายคนใน เวลาหลายพันปีที่ผ่านมาเพื่อมนุษย์ทั้งหลายจะได้ประพฤติตาม และในที่สุดก็ได้กลายมาเป็นแก่นของคริสต์ศาสนาที่เรากำลังทำความรู้จักกัน นี้ พระวจนะที่สืบทอดมาถึงเราในทุกวันนี้อยู่ในรูปของหนังสือเล่มหนึ่งที่เป็น คัมภีร์หลักของศาสนา หนังสือนั้นก็คือ พระคริสต์ธรรมคัมภีร์ (The Holy Bible) หรือที่เรียกกันสั้นๆว่า พระคัมภีร์...

          กล่าวโดยย่อ พระคัมภีร์คือบันทึกที่มนุษย์ได้รับการดลใจจากพระเจ้าให้จดจารึกพระวจนะของ พระเจ้า และสิ่งที่พระเจ้าได้ทรงกระทำกับมนุษย์ ตั้งแต่การทรงสร้างจักรวาล ดวงดาวและโลก พืชและ สัตว์ต่างๆ จนถึงการทรงสร้างมนุษย์ ...

          พระคัมภีร์ได้ทำให้เราทราบต้นเรื่องทั้งมวลของมนุษยชาติ และการก่อกำเนิดศาสนายิวซึ่งเป็นศาสนาเดิมก่อน จากนั้นเมื่อบังเกิดพระเยซูแล้ว (จะได้กล่าวต่อไปข้างหน้า) จึงได้กลายมาเป็นคริสต์ศาสนาในที่สุด... คำสอนจำนวนมากของศาสนายิวจึงเป็นส่วนหนึ่งของคำสอนในคริสต์ศาสนาด้วยเนื่อง จากมาจากต้นกำเนิดเดียวกัน...

เรื่องราวในพระคัมภีร์ย้อนกลับไปนับหมื่นปี ดังนั้นอาจจะกล่าวได้ว่าคริสต์ศาสนาเป็นศาสนาที่มีความเป็นมาเก่าแก่มากที่สุดในโลก...

          ใน กระบวนการทรงสร้างของพระเจ้า พระคัมภีร์บอกว่าพระองค์ทรงสร้างมนุษย์ขึ้นเป็นอันดับสุดท้าย ในบรรดาสิ่งที่มีชีวิตทั้งปวง พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์โดยถ่ายแบบมาจากพระเจ้าเองหรือในพระคัมภีร์เรียกว่า ทรงสร้างตามฉายา (image) ของพระเจ้า พระคัมภีร์กล่าวว่าพระเจ้าทรงรักมนุษย์เหนือยิ่งกว่าสิ่งใดๆทั้งหมดที่ พระองค์ทรงสร้างขึ้นนับไม่ถ้วนในจักรวาลนี้...

          นอกจาก เรื่องการทรงสร้างแล้วพระคัมภีร์ยังได้จารึกไว้ถึงสิ่งที่พระเจ้าทรงสัญญา ไว้กับมนุษย์ ด้วย... สิ่งที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้กับมนุษย์นี้เรียกว่าพันธสัญญาระหว่างพระเจ้ากับ มนุษย์... พันธสัญญาหลายข้อได้เกิดขึ้นสำเร็จไปแล้วอย่างสมบูรณ์ในประวัติศาสตร์ที่ ผ่านมาของมนุษยชาติ ในขณะที่พันธสัญญาอีกหลายข้อได้เริ่มต้นขึ้นมาแล้วตั้งแต่ในอดีตและยังคง กำลังดำเนินไปในปัจจุบัน นอกจากนี้แล้วยังมีพันธสัญญาอีกหลายข้อที่พระเจ้าจะทรงกระทำให้เกิดขึ้นใน อนาคตข้างหน้า...

          เนื้อหาในพระคัมภีร์แบ่งออกได้เป็นสองตอนใหญ่ๆ คือเนื้อหาในช่วงเวลาที่พระเยซูยังไม่ได้ทรงกำเนิดขึ้นในโลก เนื้อหาส่วนนี้เรียกว่าพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม กับ เนื้อหาในช่วงเวลาที่พระเยซูได้ทรงกำเนิดขึ้นแล้วในโลก เนื้อหาส่วนนี้เรียกว่า พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่...


โดย นายชัยรัตน์ จิตต์แก้ว
E-mail: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
www.christianthai.net
 

Share

หลักข้อเชื่อ

อ่านมานาประจำวัน

อ่านมานาประจำวัน

คริสตจักรพระสัญญา 318 ถ.สุขุมวิท (ไปชลบุรี สายเก่า) ต.ปากน้ำ  .สมุทรปราการ 10270 
โทรศัพท์ :(+66) 02 702 7636    

Go to top